สุเทพสั่งเข้มเคทองปัดขึ้นบัญชีดำแดง200

สุเทพสั่งเข้มเคทองปัดขึ้นบัญชีดำแดง200
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ยืนยันว่า ตนจะติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุลอบวางระเบิด ธ.กรุงเทพ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มาดำเนินคดีให้ได้ ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ของบ้านเมือง รวมทั้ง การประกาศจะใช้ความรุนแรงนั้น ส่วนตัวไม่ขอระบุว่า เป็นฝีมือของกลุ่มใด แต่เชื่อว่า ประชาชนคงรู้ว่าเหตุต่างๆ มีสาเหตุมาจากสิ่งใด ขณะเดียวกัน ตนจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ติดตาม พร้อมจับตาความเคลื่อนไหวของ นายพรวัฒน์ ทองสมบูรณ์ หรือ เคทอง คนสนิท พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิ กองทัพบก ที่จะประกาศจะใช้ความรุนแรง พร้อมปลุกระดมไว้ทาง ยูทูป ด้วย ทั้งนี้ยอมรับว่า หลายกรณี ยังไม่สามารถดำเนินคดีได้ อย่างไรก็ตาม ตนขอร้องกลุ่มคนที่ก่อเหตุให้หยุดพฤติกรรมทำร้ายประเทศ เพราะประชาชน รับไม่ได้ และผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ก็ควรเลือกการต่อสู้ทางการเมือง ตามช่องทางประชาธิปไตย

นอกจากนี้ รองนายกฯ ด้านความมั่นคง ยืนยันว่า รัฐบาล ไม่ได้จัดทำบัญชีดำ ผู้ที่อยู่ตรงข้ามฝั่งรัฐบาล กว่า 200 คน ตามที่ พรรคเพื่อไทย กล่าวหา ซึ่งมองว่าเป็นการเขียนนิยาย ทั้งนี้ กรณีดังกล่าว ตนแค่สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ติดตามกลุ่มบุคคลประมาณ10 คน ที่มีพฤติกรรมปลุกระดมประชาชน หรือ เคยถูกดำเนินคดีเป็นกรณีพิเศษ ไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนแต่อย่างใด อีกทั้ง กลุ่มดังกล่าว มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายที่มีความน่าสนใจด้วย



นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง กล่าวถึงแนวทางการต่อสู้ในคดียึดทรัพย์ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ใช้วิธีโจมตีกระบวนการยุติธรรมของไทย รวมทั้ง มีความพยายามจะยื่นอุทธรณ์ และ ต่อสู้บนเวทีศาลโลก เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ที่พ.ต.ท.ทักษิณ เลือกใช้ช่องทางนอกกฎหมาย ขณะที่ตนเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง ว่าเป็นผู้ปลุกระดมประชาชนให้ต่อสู้เพื่อตัวเองเท่านั้น ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศจะมีการสรุปข้อเท็จจริง เพื่อส่งไปยังประเทศต่างๆด้วย อย่างไรก็ตาม การหยุดความเคลื่อนไหวลักษณะการปลุกระดมนั้น รัฐบาลก็จะเพิ่มความเข้มข้นในหาข่าวสืบสวนสอบสวน และจับกลุ่มผู้ที่กระทำผิด

นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวถึงเหตุวางระเบิดธนาคาร 7 จุด ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้น ซึ่งรัฐบาลก็ต้องหาแนวทางแก้ไขต่อไป