รองสุเทพให้ทักษิณรอฟังศาล-แดงนัด28ดูอยู่

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่ นายสำราญ รอดเพชร โฆษกพรรคการเมืองใหม่ เปิดเผยว่า มีการล็อบบี้ผู้พิพากษาศาล ที่จะตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายก
รัฐมนตรี ได้แล้ว 4 คน ว่า หากมีความชัดเจนที่เข้าข่ายหมิ่นศาล ก็จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างแน่นอน ทั้งนี้ ไม่เชื่อว่า เรื่องดังกล่าว จะเป็นความจริง ขณะที่มองว่า การปล่อยข่าวนี้ออกมานั้น ก็เป็นการกดดันการทำหน้าที่ของผู้พิพากษา
แต่คงไม่ทำให้รู้สึกหวั่นไหวได้ ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินวานนี้ว่า หากไม่ได้รับความยุติธรรม ก็จะสู้ต่อเนื่องนั้น เห็นว่าหากศาลพิพากษาไม่ยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็คงจะต้องบอกว่า ตัวเอง
ได้รับความยุติธรรม ซึ่งตนก็ขอให้รอฟังการพิพากษาของศาล

นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจสันติบาล เปิดเผยว่า กลุ่มคนเสื้อแดงจะชุมนุมวันที่ 28 ก.พ.นี้ ว่า ก็จะเก็บเป็นข้อมูล ซึ่งเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเป็นผู้รู้ดีที่สุด ว่า จะชุมนุมวันใด ขณะที่ตนไม่รู้สึก
หวาดหวั่น แต่ไม่ใช่เป็นการท้าทาย เพราะทุกฝ่ายได้เตรียมแผนรับมือไว้อย่างรัดกุมแล้ว ซึ่งหากชุมนุมทำให้เกิดความเสียหาย เจ้าหน้าที่ก็จะต้องเข้าแก้ไข เพื่อรักษาความสงบของบ้านเมือง


นายสุเทพ ยังกล่าวถึงกรณีที่ พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ สุริโย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ช่วยราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความเป็นธรรม เรื่องการโยกย้ายว่า เป็นสิทธิ์ที่ดำเนินได้ตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะ การฟ้องศาลปกครอง ก็สามารถกระทำได้ ส่วนการทุจริตซื้อขายตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัด ในกระทรวงมหาดไทยนั้น ตนไม่เชื่อว่า จะมีการซื้อขายตำแหน่งจริง และไม่เกี่ยวกับการได้เปรียบเสียเปรียบ เช่น การเลือกตั้งครั้งต่อไป แต่หากมีข้อสงสัย ก็ต้องมีการตรวจสอบให้ความจริงปรากฏก่อน โดยเฉพาะ การพุ่งเป้าไปที่ น้องชายนักการเมืองคนหนึ่ง ขณะที่ การตรวจสอบนั้นก็ไม่เกี่ยวข้องว่า จะเป็นเรื่องของพรรคใด

นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง กล่าวถึง กรณีการใช้เครื่องตรวจวัตถุระเบิด GT200 ไม่ได้ผล ตนส่งผล
ให้เกิดเหตุระเบิดที่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี วานนี้ว่า กองทัพ ไม่ได้แข็งข้อกับรัฐบาล ที่ยังใช้เครื่องมือดังกล่าวต่อไป
ขณะเดียวกัน ทางพรรคมีหลักฐานชัดเจนว่า มีการทุจริตก็ให้ส่งเรื่องมาที่ตน เพื่อตั้งคณะกรรมการตรวจสอบต่อไป
อย่างไรก็ตาม ตนขอร้องว่า อย่าวิจารณ์เรื่องดังกล่าวมาก เพราะเกรงว่า จะทำให้เกิดความเข้าใจผิดและอาจทำให้เจ้าหน้าที่
ในพื้นที่ น้อยใจได้