รองสุเทพอัดกุข่าวพันล.สินบนศาลคุมMOBได้

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ยอมรับว่า ทุกวันนี้ รู้สึกกดดันในการทำงาน แต่ไม่เคยรู้สึกเบื่อ ที่จะตอบคำถามสื่อมวลชน เรื่องสถานการณ์บ้านเมือง เพราะต้องรายงานให้ประชาชนได้รับทราบ โดยในวันที่ 26 ก.พ.นี้ เชื่อว่า คนไทยด้วยกันน่าจะเข้าใจกันได้ พร้อมวิงวอนทุกฝ่าย ยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก อย่านึกถึงแต่ประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งคาดเดาไม่ได้ว่า คำตัดสินของศาลจะออกมาอย่างไร ดังนั้น ทุกคนต้องติดตามสถานการณ์ และทำจิตใจให้หนักแน่น เพราะมีข่าวลือข่าวปล่อยออกมาเป็นจำนวนมาก พร้อมขอฝากประชาชนอย่ากังวล กับวันที่ 26 ก.พ. ให้มากนัก ต้องเชื่อมั่นในองค์คณะผู้พิพากษา ทั้ง 9 คน ซึ่งการออกระบุว่า มีการวิ่งเต้นจ่ายเงินให้ผู้พิพากษานั้น ถือ เป็นทำลายความเชื่อมั่นประชาชน โดยยืนยัน ตนจะรายงานข้อเท็จจริงกับประชาชน โดยไม่ปิดบัง ส่วนความเป็นได้ในการเพิ่มระดับความ
มั่นคงนั้น ก็ถือเป็นการไม่ประมาณ เพราะศึกษาจากประสบการณ์จากรัฐบาลที่ผ่านมา และถือเป็นหน้าที่ของตน ที่จะไม่ให้ความรุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งตนได้กำชับเจ้าหน้าที่ว่า มีหน้ารักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ไม่มีหน้าที่ปราบปรามใคร

ทั้งนี้ เชื่อว่า มีผู้ร่วมชุมนุมไม่เกิน 1 แสนคน และต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่หลายหมื่นนาย ยืนยัน ไม่ให้เจ้าหน้าที่พกพาอาวุธ ยกเว้นโล่ กระบอง พร้อมแนะประชาชนติดตามการตัดสินคดีที่บ้าน เพราะเกรงว่า จะเกิดความวุ่นวาย เนื่องจาก มีขบวนการพยายามปลุกระดมให้ประชาชนใช้ความรุนแรง ซึ่งมั่นใจ ตำรวจ-ทหาร จะทำงานรักษาความปลอดภัยให้บ้านเมืองได้อย่างเต็มที่ ถึงแม้ที่ผ่านมา ตนจะมีปัญหาเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ และเรื่องเครื่องจีที 200 ก็ตาม

นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าว ฉายา แม่นมอมทุกที่สื่อตั้งให้นั้น กระทบกับนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าตนกับนายกฯมีความเข้าใจกันดี นายกฯไว้ใจตนมาก แต่ความทุกของตน คือเรื่องสถานการณ์บ้านเมือง ไม่ได้ทุกจากความขัดแย้งกับนายกรัฐมนตรี สำหรับนายกฯ เป็นคนฉลาดมาก อ่านแฟ้ม ครม.จะอ่านทุกหน้า จำได้ทุกเรื่อง และเร็ว รวมทั้งมีความมั่นใจในตัวเองสูง ซึ่งจะไม่มีเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัว มีแต่เรื่องการเมือง แต่ยอมรับว่าตนขัดใจนายกฯบ้างเพราะบางเรื่องนายกฯชอบทำตามกระแส ซึ่งที่ผ่านคนพยายามทำให้ตนกับนายกฯขัดแย้งกัน พร้อมยอมรับว่านายกฯ มีการเปลี่ยนแปลงบ้างคือมีความมั่นใจมากขึ้น เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น มีความเป็นผู้นำ ส่วนกรณีที่ นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรราชาติไทยพัฒนา ชื่นชมตนนั้น เพราะตนเป็นคนไปเจรจาในการจัดตั้งรัฐบาล และไม่เคยผิดคำพูด กับพรรคร่วม ส่วนคนในพรรคประชาธิปัตย์จะผิดคำพูดหรือไม่นั้นตนจำไม่ได้ แต่ตนเป้นคนไม่คิดมาก

ทั้งยอมรับว่าพรรคร่วมมีมาบ่นกับตนบ้างว่าทำงานกับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งตนก็ชี้แจงไปว่พรรคประชาธิปัตย์ไม่เหมือนพรรคอื่น เพราะไม่สามารถสั่งใครได้ ต้องมีการลงมติเท่านั้น ส่วนกรแตะเบรคโครงการต่างๆ ไม่มีปัญหาคุยกันได้ ขณะที่เรื่องรัฐธรรมนูญยอมรับมีปัญหาบ้าง แต่ก็ตกลงกันว่าขอจบแค่นี้ เพาะต้องเดินหน้าแก้ปัญหาบ้านเมือง พร้อมยืนยันพรรคร่วมยังรักกันดี และยังทำงานไปได้อีกนาน ซึ่งยังไม่ถึงเวลาเตรียมการเลือกตั้ง เพราะอยากให้บ้านเมืองอยู่ไปอีกซัก 1 ปี พร้อวมเชื่อพรรคร่วมไม่แตกแน่นอน แต่อาจจะมีฉุนกันบ้าง พร้อมกันนี้ยอมรับว่า หนักใจเรื่องความมั่นคง โดยเฉพาะเรื่อง ปัญหา 3 จชต. ยาเสพติด และความขัดแย้งทางการเมือง แต่ยันยันว่ายังไหว