พท.จี้มท.1ระงับใช้Alfa-6พร้อมส่งพิสูจน์

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวเรียกร้องให้ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีฯมหาดไทย สั่งระงับการใช้งานเครื่องตรวจหาสารเสพติด Alfa-6 เนื่องจาก เป็นเครื่องมือแบบเดียวกับ เครื่องมือตรวจจับวัตถุระเบิด GT200 ที่ผลการทดสอบ ระบุว่า ไม่มีประสิทธิภาพ พร้อมกับให้ดำเนินการผ่าพิสูจน์เครื่อง Alfa-6 ทันที โดยไม่ต้องทดสอบ อีกครั้ง

นอกจากนี้ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ยังกล่าวอีกว่า นายชวรัตน์ ควรแต่งตั้ง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็น รัฐมนตรีแทน เพราะขยันทำงานกว่า ทั้งเรื่องการกลั่นกรองการแต่งตั้ง
โยกย้ายข้าราชการ การออกใบอนุญาตของหน่วยงาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ในกระทรวงจำนวนมาก ที่ส่งข้อมูลดังกล่าวมาให้พรรคเพื่อไทย อย่างไรก็ตาม ขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีฯมหาดไทย ยอมรับความจริง และเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อรักษาชื่อเสียงของกระทรวง

รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ยังกล่าวถึง กลุ่มกลุ่มโปลิตบูโร ที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ออกมาระบุว่า เป็นกลุ่มที่ปรึกษาของพรรค และไม่ได้เรียกตัวเองว่า กลุ่มโปลิตบูโร แต่ชื่อดังกล่าวอาจเป็นการเปรียบเทียบ ของ ร.ต.อ.เฉลิม เอง พร้อมปฏิเสธว่า กลุ่มนี้ไม่ได้อยู่เบื้องหลัง เพื่อคอยสั่งการและทำให้พรรคเพื่อไทย เกิดความแตกแยก เพราะวันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นแค่ความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันของคนในพรรค ไม่ใช่ความขัดแย้ง ทั้งนี้ ไม่ขอแสดงความคิดเห็นว่า การที่ ร.ต.อ.เฉลิม ออกมาพูดมีนัยอะไรหรือไม่ เนื่องจาก เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ขณะที่ นายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ก็ยืนยันว่า ความสัมพันธ์ ระหว่าง ส.ส.กรุงเทพ กับ ร.ต.อ.เฉลิม ยังเหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ ผู้นำการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่า จะเป็น ร.ต.อ.เฉลิม หรือไม่ เพราะมติของพรรค ยังไม่สรุปออกมา


ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สำนักงานปราบโกง 401 มีการตรวจสอบการประมูล
โครงการพัฒนาห้องคอมพิวเตอร์ เพื่อการเรียนรู้ของโรงเรียนในสังกัดของ กทม. มูลค่ากว่า 900 ล้านบาท เนื่องจาก
อาจมีการกระทำผิดกฎหมายและเอื้อประโยชน์ให้กับบางบริษัท แม้ที่ผ่านมา กทม. จะออกมายืนยันถึงความโปร่งใส
ในการทำ TOR แล้วก็ตาม โดยตั้งข้อสังเกตว่า มีการแก้ไข TOR ในการกำหนดคุณสมบัติของสินค้าและผู้ประกวดราคา
ถึง 6 ครั้ง ส่วนบริษัทที่เข้าร่วมประกวดราคา ก็เป็นบริษัทที่ไม่มีชื่อเสียงและประสบการณ์ในการประมูลงานลักษณะ
ดังกล่าว จึงทำให้เห็นว่า อาจมีการฮั้วประมูลเกิดขึ้น ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทย ขอเรียกร้องให้ กทม. ทบทวนการประมูล
ดังกล่าวอีกครั้ง เพราะหากไม่ทบทวน พรรคเพื่อไทย จะนำข้อมูลที่ได้รับเสนอต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ
และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบต่อไป