ผมว่าเราต้องยอมรับฟังผู้ใช้

พลันที่ฝุ่นฟุ้งกรณีประสิทธิภาพเครื่องตรวจมวลสารรุ่นจีที 200 เริ่มจาง ก็เริ่มมีเสียงจากหลาย ๆ คนถามหาความรับผิดชอบในการจัดซื้อครั้งนี้ 1 ในนั้นมีชื่อของ บิ๊กบัง หรือ พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ปัจจุบันกระโจนลงสู่สนามการเมืองนั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ทีมการเมืองเดลินิวส์ ได้สัมภาษณ์ถึงที่มาที่ไปในฐานะที่เป็นผู้อนุมัติให้มีการจัดซื้อจัดจ้างมาใช้ในช่วงแรก ๆ

**ตกลงว่าช่วงที่ท่านเป็นผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้มีการจัดซื้อจัดหาเครื่องตรวจมวลสารรุ่นจีที 200 กี่เครื่อง

สมัยที่ผมเป็น ผบ.ทบ. ได้มีการสั่งซื้อเพียง 2 เครื่องเท่านั้น และได้ของมาประมาณปลายเดือนกรกฎาคม 2550 ส่วนอีก 24 เครื่อง ยังไม่ได้รับมา เป็นเพียงการอนุมัติในหลักการ เท่านั้น และจากนั้นผมก็เกษียณอายุราชการพอดี และที่บอก ว่า ช่วงสมัยที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรีมีการสั่งซื้อ 59 เครื่อง ก็อาจเป็นไปได้เพราะท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ดูแลควบคุมทุกเหล่าทัพ อาจจะมีเหล่าทัพอื่นที่ไม่ใช่กองทัพบก แต่ยืนยันว่ากองทัพบกในสมัยผมเป็น ผบ.ทบ. สั่งซื้อเพียง 2 เครื่อง ซึ่งการสั่งซื้อทุกอย่างมีหลักฐานอยู่แล้ว สามารถตรวจสอบดูได้

**เห็นด้วยที่จะให้มีการใช้เครื่องตรวจมวลสารรุ่นจีที 200 ต่อไป ทั้งที่ผลทดสอบออกมาแล้วว่าไร้ประสิทธิภาพ

ผมคิดว่าเราต้องยอมรับฟังผู้ใช้ ซึ่งก่อนจะมีการจัดซื้อเครื่องตรวจมวลสารรุ่นจีที 200 ผู้ใช้ได้มีการทดลองหลายครั้งและพบว่าแต่ละครั้งมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เราต้องยอมรับว่าชีวิตของเจ้าหน้าที่และประชาชนมีความสำคัญ ฉะนั้นจะเห็นการทดลองเครื่องในช่วงนั้นมีประสิทธิภาพใช้งานได้ จึงยอมรับได้กับความต้องการของหน่วยงานที่ใช้

การทดสอบที่มีผลออกมาว่าไม่มีประสิทธิภาพนั้น ผมเห็นว่าการทดสอบ 20 ครั้ง จะต้องไม่มีสักครั้งที่ไม่สามารถตรวจสอบได้จึงจะเรียกว่าใช้ไม่ได้ แต่นี่ยังมีความถูกต้องอยู่บ้างถึง 4 ครั้งในบางส่วน ถึงแม้เปอร์เซ็นต์จะมีน้อย ฉะนั้นควรที่จะมีการทดสอบในภูมิประเทศหรือพื้นที่จริงบ้าง

**แสดงว่าท่านเห็นด้วยกับทางกองทัพบกที่จะให้มีการใช้เครื่องตรวจมวลสารรุ่นจีที 200 ต่อไปใช่หรือไม่

แน่นอนว่ารัฐบาลให้ระงับการจัดซื้อชุดใหม่ ผมคิ่าเรื่องนี้ทางกองทัพบกคงยอมรับได้ในแนวนโยบายของรัฐบาล แต่อย่างไรก็ตามของที่มีอยู่ผู้ใช้ยังมีความมั่นใจของเขาอยู่ ใครที่ มั่นใจเขาก็เอาไปใช้ ผมถือว่าเป็นเรื่องปกติ ดีกว่าไม่มีเลย และจากการที่กองทัพบกแถลงข่าวในวันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมาจะเห็นว่า มีหลายกรณีที่การใช้เครื่องตรวจมวลสารรุ่นจีที 200 บรรลุความสำเร็วของการใช้เครื่องมือ และมีหลายครั้งที่เครื่องตรวจมวลสารรุ่นจีที 200 สามารถรักษาชีวิตเจ้าหน้าที่และประชาชนไว้ได้

**การจัดซื้อเครื่องตรวจมวลสารรุ่นจีที 200 ถูกมองในเรื่องของความโปร่งใส ก่อนที่จะมีการอนุมัติ มีขั้นตอนในการจัดซื้อจัดหาอย่างไรบ้าง

การจัดซื้อจัดหาเครื่องมือชนิดใดจะต้องมีคณะกรรมการจากหน่วยงานต่าง ๆ ภายในกองทัพบกร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจสอบประสิทธิภาพ คุณภาพ เมื่อมีประสิทธิภาพราคายอมรับได้ตามกฎกติกา และที่สำคัญหน่วยตนที่ใช้เสนอความต้องการใช้มา เราถือว่าเป็นปัจจัยหลัก

**ก่อนการตัดสินใจมีการทดสอบทดลองว่าเครื่องตรวจมวลสารรุ่นจีที 200 ใช้ได้จริง แต่ทำไมเมื่อมีการพิสูจน์กลับใช้ไม่ได้ตรงตามเป้าหมายที่วางไว้เป็นเพราะเหตุใด

ก่อนหน้าที่จะมีการพิสูจน์ทดลอง ผู้ปฏิบัติที่นำเครื่องตรวจมวลสารรุ่นจีที 200 ไปใช้ก็ใช้ได้ผล ไปชี้ตรงจุดไหนและมีการตรวจค้นก็เจอ ไม่ว่าจะเป็นอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ซึ่งที่ผ่านมามีบทเรียน มีตัวอย่างให้เห็นมาตลอด และเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ในช่วงขณะนั้น สมัยนั้นการใช้เครื่องตรวจมวลสารจีที 200 มีประสิทธิภาพ

**คิดว่าการทดลองทดสอบเครื่องตรวจมวลสารรุ่นจีที 200 ของเจ้าหน้าที่กรมวิทยาศาสตร์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควรที่จะลงไปตรวจสอบในพื้นที่จริงหรือไม่

เห็นว่าควรที่จะมีการทดลองดูหลาย ๆ รูปแบบ และหลาย ๆ สถานที่ ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่ที่เราเตรียมเอาไว้ กับในธรรมชาติ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เกื้อหนุนต่อการใช้เครื่องมืออาจจะทำให้มีประสิทธิภาพน้อยลง ก็ได้ ฉะนั้นเราต้องเข้าไปในพื้นที่ที่ใช้งานจริง ไม่ว่าตรงไหน รูปแบบไหน ก็ควรจะทดลองหลาย ๆ ตัวอย่าง

**มองว่ากองทัพดื้อ ไม่ยอมรับความเป็นจริงกับผลการทดสอบที่ออกมา ยังคงเดินหน้าที่จะใช้เครื่องมือนั้นต่อไปหรือไม่

เมื่อรัฐบาลบอกว่า ไม่ซื้อ ทางกองทัพก็ไม่ซื้อ แต่ของที่มีอยู่และผู้ใช้บอกว่ายังมีประสิทธิภาพ ฉะนั้นถามว่า ชีวิตของผู้ใช้ใครจะรับผิดชอบ เขารับผิดชอบชีวิตของเขาเอง ฉะนั้นเมื่อผู้ใช้บอกว่าอยากใช้ก็ต้องให้เขาใช้ เพราะอย่างน้อยเป็นขวัญและกำลังใจสำหรับคนที่ใช้ ที่ผ่านมามีประสิทธิผลออกมาให้เห็นหลาย ๆ กรณี

**ในอนาคตคิดว่าการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกองทัพควรจะมีมาตรฐานและรูปแบบ อย่างไรเพื่อไม่ให้มีปัญหาเกิดขึ้นอีก

หลักการเก่าในการจัดซื้อดีอยู่แล้ว แต่ขอให้ระบบตรวจสอบการจัดซื้อมีมากขึ้น แล้วทุกอย่างจะดีเอง

**การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ทุกครั้งจะมีเฉพาะนายทหารเท่านั้นที่เข้ามาเป็นคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งมีผู้เสนอว่าควรที่จะมีบุคคลจากองค์กรอื่นเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจสอบการจัดซื้อด้วยเพื่อความโปร่งใส

จริง ๆ แล้วรัฐบาลควรที่จะออกมาตรการ หรือกำหนดนโยบายเกี่ยวกับเรื่องของการทุจริต หรือประพฤติมิชอบ ให้เป็นวาระแห่งชาติ ฉะนั้นองค์กรไหนก็ตามที่มีการจัดซื้อจัดหาควรจะเอาองค์กรที่มีการตรวจสอบเข้าไปเป็นคณะกรรมการตรวจสอบด้วยทุกครั้ง เพื่อความโปร่งใสและป้องกันความสงสัยของสังคมเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดหา

**ปัญหาที่เกิดขึ้นจะแก้ไขภาพลักษณ์ของกองทัพที่ถูกมองว่าซื้อของไม่มีประสิทธิภาพอย่างไร

ในฐานะผู้ซื้อและเห็นขั้นตอนในการจัดซื้อจัดหา เห็นว่า ผู้ใช้มีความต้องการ ซึ่งการจัดซื้อมีความโปร่งใส ถูกต้อง ส่วนเรื่องของราคาอาจจะสูงกว่าปกติ ทั้งนี้ทั้งนั้นเนื่องจากว่าเป็นเทคโนโลยีจะมีราคาแพง อย่างโทรศัพท์รุ่นใหม่ก็จะมีราคาแพง แต่พอผ่านไป 2-3 เดือนราคาก็จะถูกลงซึ่งเป็นปัญหาของการขายเทคโนโลยี.

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด