สปสช.ชี้คนไทยกินดีอยู่ดีจนแห่เป็นโรคเรื้อรัง ทำงบดูแลสุขภาพบานปลาย

กรมประชาสัมพันธ์

สนับสนุนเนื้อหา

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ชี้คนไทยโดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. เผชิญภาวะโรคอยู่ดีกินดี ต้นทางของโรคเบาหวานเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง หากปล่อยทิ้งไว้จะสร้างภาระผูกพันแก่ประเทศต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงถึง 1 แสนล้านบาทต่อปี นายแพทย์วินัย สวัสดิสวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.)กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับโรคของการกินดีอยู่ดี เห็นได้จากประชาชนที่เป็นผู้ใหญ่เกือบร้อยละ 30 หรือราว 15 ล้านคน มีรูปร่างอ้วน ไม่เว้นแม้แต่เด็กชั้นประถมศึกษาก็พบเป็นโรคอ้วน ถึง 1 ใน 5 ส่วนเด็กๆ ชั้นอนุบาลพบร้อยละ 15 อ้วนมาก ซึ่งจากการสำรวจพบเด็กในเมืองอ้วนมากกว่าเด็กในชนบทถึง 2 เท่า เฉพาะเด็กในกรุงเทพฯ อ้วนมากถึงร้อยละ 25 สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการกินอาหารที่ไม่เหมาะสม และออกกำลังกายน้อย ซึ่งโรคกินดีอยู่ดี เป็นสาเหตุของโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งค่าใช้จ่ายในการรักษาที่รัฐบาลต้องแบกรับในแต่ละปี เฉพาะโรคเบาหวานสูงถึง 3 หมื่นล้านบาท หากรวมการรักษาโรคแทรกซ้อน อาทิ เบาหวานขึ้นตา ไตวาย โรคหัวใจ ค่าใช้จ่ายอาจเพิ่มสูงถึงแสนล้านบาทต่อปี โรคอัมพาตอัมพฤกษ์เพิ่มขึ้นปีละ 150,000 คน เสียค่าใช้จ่ายรักษาประมาณ 75,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นภาระแก่ประเทศและครอบครัวของผู้ป่วยค่อนข้างสูงมาก สปสช.จึงได้จัดงบประมาณเพิ่มเติม จัดตั้งกองทุนบริหารจัดการ โรคเรื้อรังบริหารงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อควบคุมป้องกันหรือชะลอภาวะแทรกซ้อนในโรคเบาหวานความดันโลหิตสูงเป็นการเฉพาะขึ้นในปีนี้ เพื่อควบคุม ป้องกันและรักษาโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง เน้นบทบาทกองทุนสุขภาพท้องถิ่นในการคัดกรองสุขภาพและคัดกรองโรค ส่งเสริมบทบาทของผู้ป่วยและครอบครัว รวมทั้งชุมชนเพื่อสนับสนุนการจัดการดูแลตนเองรวมถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อสุขภาพที่ดีอย่างถาวรของประชาชน

เรื่องล่าสุดของ ข่าว

ดู ข่าว ทั้งหมด