นายกฯยันจับตาเงินม็อบแดง-ให้ศาลมั่นใจ

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีที่มีการนำเงินเข้ามาใช้การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ต้องมีการติดตามต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา โดยยอมรับว่า ขณะนี้มีเบาะแสข่าว มากกว่าเรื่องการขนเงิน ขณะที่ ความชัดเจนอยู่ที่การสอบสวน ทั้งนี้เห็นว่า ขณะนี้ความเคลื่อนไหวมีการเชิญชวนผ่านสื่อจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่เห็น 5 รายชื่อ ที่เกี่ยวข้องกับการขนเงินดังกล่าว ขณะเดียวกัน รัฐบาล ประสานไปยัง ผู้พิพากษา ที่จะตัดสินคดียึดทรัพย์ 76,000 บาท ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า ให้มั่นใจในการทำหน้าที่ด้วย อย่างไรก็ตาม รัฐบาล จะพยายามไม่ประกาศใช้ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพราะรัฐบาล มีหน้าที่รักษาความสงบ ในเบื้องต้น ก็ต้องดูตามสถานการณ์ก่อน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ ตนยังไม่ทราบผลสรุปการซื้อขายตำแหน่งของคณะกรรมการชุดที่ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร เป็นประธาน โดยตนต้องรอให้ พล.ต.อ.วสิษฐ เข้ารายงานผลในบ่ายวันนี้ ขณะที่ ตนก็ยังไม่ทราบว่า มีฝ่ายการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว อีกทั้ง การตัดสินใจอย่างไรนั้น ก็ขอตรวจสอบก่อน

ด้าน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะบันทึกเทป รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยได้เชิญผู้ดำเนินรายการเล่าข่าวจากสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ประมาณ 30 คน มาร่วมซักถามนายกรัฐมนตรี ในรูปแบบ meeting place เนื่องจากเห็นว่า สถานการณ์ขณะนี้การนำเสนอข่าวอาจทำให้เกิดความสับสนได้จึงต้องมีการชี้แจง ขณะที่ในสัปดาห์หน้า ก็จะเปิดโอกาสให้ผู้ดำเนินรายการเล่าข่าวจากสถานีวิทยุต่างๆ กว่า 40 คน มาร่วมพูดคุยในลักษณะเดียวกันด้วย

นอกจากนี้ นายสาทิตย์ ยังกล่าวด้วยว่า รัฐบาลจะประชาสัมพันธ์ปรับความเข้าใจกับประชาชน โดยจะเน้นเรื่องข้อเท็จจริง ของผลการตัดสิน คดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี การป้องกันสถาบัน และขบวนการยุติธรรม ซึ่งแบ่งเป็น 2 ช่วง ระหว่างวันที่ 8 - 26 ก.พ. และ ระหว่างวันที่ 27 ก.พ. - 30 มี.ค.


นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง 5 ผู้ต้องหา ในคดีค้าอาวุธสงครามพร้อมกับปล่อยตัวกลับประเทศเนื่องจากเห็นว่าไม่เกิดประโยชน์กับประเทศไทยว่า เรื่องของคดีถือว่าจบแล้ว โดยสำนักงานตรวจค้นเข้าเมือง(ตม.) จะดำเนินการตามขั้นตอนการส่งกลับประเทศ ขณะที่เรื่องของอาวุธนั้น จะต้องรอสหประชาชาติ (UN) ประสานงานมาว่าจะให้ดำเนินการ
อย่างไรต่อไป ทั้งนี้ ยืนยันว่าไทยได้ปฏิบัติตามพันธะผูกพันธ์กับสหประชาชาติ (UN) ซึ่งเชื่อว่าจะไม่มีการฟ้องกลับ
เพราะอยู่ภายใต้ความร่วมมือระหว่างประเทศและไทยก็ทำตามกฎหมายแล้ว

นอกจากนี้นายกฯ กล่าวถึงการทุจริตคอมพิวเตอร์ของกระทรวงมหาดไทยกว่า 3,500 ล้านบาทว่าขณะนี้มีการสอบถามไปยังกระทรวงมหาดไทยแล้วซึ่งขอรอรายงานขอเท็จจริงก่อน


นายกฯ ได้เปิดเผยว่า ตนได้หารือกับรัฐมนตรีหน่วยงานด้านสังคม โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเห็นตรงกัน ในการเร่งดำเนินการคืนการปฏิรูปครู การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพ รวมถึงการเดินหน้าด้านการวิจัยและโครงการมหาวิทยาลัยวิจัยเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้สอน ส่วนการสอบแอดมิชชั่นนั้น ยอมรับว่า เป็นปัญหาซึ่งต้องการให้มีการยกเลิก ทั้งนี้ เบื้องต้นที่ประชุมอธิการบดีทั่วประเทศ ต้องพิจารณาร่วมกัน และขอเวลาใน การประมวลผลอีก 1 ปี ขณะที่ในขณะนี้ ยังไม่มีการเปลี่ยนระบบแอดมิชชั่นนั้น แต่ในทางปฏิบัตินักเรียนส่วนใหญ่ เลือกที่ใช้วิธีการสอบตรง เพื่อเข้าศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยมากขึ้น

พร้อมกันนี้ นายกฯ กล่าวถึง การลดค่าเงินดอง ครั้งที่ 2 ของเวียดนาม ว่า มีการประเมินเบื้องต้นแล้วพบว่า จะมีผลกระทบต่อการส่งออกของไทยเล็กน้อย แต่เพื่อความไม่ประมาท ก็จะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!