ตลาดหงอยตรุษปีนี้นิยมจับจ่ายสินค้าในห้าง

เทศกาลตรุษจีนสาธารณสุข เน้นบริโภคเนื้อสัตว์ปีกปลอดภัยจุรินทร์ออกตรวจตลาด ระบุตลาดสดใน กทม.ผ่านเกณฑ์เพียง 20% เท่านั้น ขณะที่ชาว บ้านนิยมซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้า หรือร้านสะดวกซื้อมากกว่า ขณะที่ราคาเป็ด-ไก่-หมู ในแต่ละพื้นที่ขึ้นมากน้อยไม่เท่ากัน ด้าน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เชิญร่วมงานตรุษจีน 13-22 ก.พ. รับขนมจันอับ สาคูต้มน้ำตาล และฮู้ ติดบ้านเพื่อเป็นสิริมงคล

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 11 ก.พ. ที่ตลาดยิ่งเจริญ (สะพานใหม่) ถนนพหลโยธิน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว. สาธารณสุข พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ ได้เดินทางมาเปิดงานโครงการเนื้อสัตว์ปีกปลอดภัย ฉลองเทศกาลตรุษจีน ปี 2553 โดยมี นายปริญญา ธรรมวัฒนะ ผู้บริหารตลาดให้การต้อนรับ ภายในงานประกอบไปด้วยการมอบประกาศนียบัตรรับรองคุณภาพตลาดสด ที่ผ่านเกณท์มาตร ฐาน 5 ดาว และ 3 ดาว ซึ่งบรรยากาศ เป็นไปด้วยความคึกคัก ได้รับความสนใจจากผู้ที่มาจับจ่ายใช้สอย เลือกซื้อสินค้าช่วงเทศกาลตรุษจีนเป็นจำนวนมาก

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตลาดสดในประเทศนั้นมีทั้งสิ้น 1,536 แห่ง ผ่านเกณท์ 77% แบ่งออกเป็นระดับดีมาก 12.8% เหลืออีก 23% ต้องเร่งดำเนินการปรับปรุง อีกทั้งตลาดสดในพื้นที่ กทม. มีเพียง 20% ที่ผ่านเกณท์ ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น้อยมาก เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่ ให้ความสำคัญกับตลาดภายในห้างสรรพสินค้า หรือร้านสะดวกซื้อ ส่วนหลักเกณท์ที่พิจารณาคัดเลือกตลาดสดให้เป็นมาตรฐานนั้น ประกอบไปด้วยหลักเกณท์ดังต่อไปนี้ 1.เน้นในเรื่องสุขลักษณะสิ่งแวดล้อม ความสะอาดของตลาดต้องไม่ส่งกลิ่นที่ไม่ควร หรือไม่มีน้ำขังตามท่อ 2.สินค้าต้องปลอดสารพิษที่ทำลายสุขภาพ 3.ราคาสินค้าต้องเหมาะสมไม่แพงจนเกินไป

ทางด้าน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญร่วมงานเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2553 ร่วมสักการบูชาหลวงปู่ไต้ฮง ร่วมทำบุญพะเก่ง รับขนมจันอับกลับบ้านบูชาพระไหว้ เจ้า เพื่อเป็นสิริมงคลชีวิต รับประทานสาคูต้มน้ำตาล เพื่อความกลมเกลียวและอยู่เย็นเป็นสุข รับฮู้ (ยันต์) ของหลวงปู่ไต้ฮง ติดหน้าบ้าน หรือพกติดตัวเพื่อคุ้มครอง โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 7-12 ก.พ. เปิดตั้งแต่เวลา 09.00-19.30 น. วันที่ 14-22 ก.พ. เปิดตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. วันที่ 23-28 ก.พ. เปิดตั้งแต่เวลา 06.30-20.00 น. ส่วนวันที่ 13 ก.พ.และ 21 ก.พ. เปิดตลอดทั้งคืน โดยวันอาทิตย์ที่ 21 ก.พ. เวลา 24.00 น. มีพิธีเวียนธูป สำหรับสาคูสิริมงคล บริการตั้งแต่วันที่ 14-22 ก.พ. เวลา 07.00-17.00 น. และวันที่ 21 ก.พ. บริการโต้รุ่ง ส่วนวันที่ 28 ก.พ. ตั้งแต่เวลา 09.00-20.00 น.

ด้าน ธุรกิจบัณฑิตย์โพลล์ สำรวจความเห็นคนกรุงเทพฯ เชื้อสายจีน 471 คน ระบุว่า ร้อยละ 86.74 จะไปไหว้เจ้าในวันตรุษจีน โดยมีค่าใช้จ่ายในการซื้อของไหว้เจ้าเฉลี่ยคนละ 2,439 บาท ส่วนค่าแต๊ะเอีย ที่ตั้งใจจะให้เฉลี่ยคนละ 6,051 บาท ลดลงกว่าปีที่แล้ว ร้อยละ 37.75 โดยให้เหตุผลว่ารายได้ลดลง

ส่วนจังหวัดต่าง ๆ ปศุสัตว์จังหวัด ได้ร่วมกับทางจังหวัดรณรงค์สัตว์ปีกปลอด ภัยไร้หวัดนก โดยออกตรวจพื้นที่ที่เคยพบการระบาด และเข้มงวดเพื่อความปลอดภัย พร้อมมอบสายรัดรับรองมาตรฐาน สร้างความมั่นใจในช่วงเทศกาลตรุษจีน ไม่ว่าจะเป็นที่ จ.พิษณุโลก, กำแพงเพชร, พระนครศรีอยุธยา, ขอนแก่น, ยะลา, ระนอง และหาดใหญ่ ส่วนราคาเป็ด-ไก่-หมู ขึ้นราคาจากปกติไม่เท่ากัน มากน้อยแล้วแต่พื้นที่ เช่นที่ จ.อุดรธานี ไก่ ตัวละ 150 บาทจากปกติ 120 บาท เป็ดขึ้นเป็น 180 บาทจากราคาปกติ 150 บาท หัวหมู จาก 200 ขึ้นเป็น 300 บาท ส่วนที่ จ.ระนอง ราคาไก่ กก.ละ 68 บาทขึ้นเป็น 70 บาท หมูเนื้อแดง กก.ละ 120 ขึ้นเป็น 130 บาท ส้มโชกุน จาก กก.ละ 80 ขึ้นเป็น 90 บาท สัตว์น้ำทะเล ปรับขึ้น กก.ละ 5-10 บาท ที่ จ.ขอนแก่น ไก่เนื้อจาก กก.ละ 60-65 บาทขึ้นเป็น 75-85 บาท ไก่บ้าน จาก กก.ละ 140 บาทขึ้นเป็น 160 บาท หัวหมู หัวละ 400-450 บาท.

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด