นักวิชาการยันครูน้อยเป็นแม่พระ แนะครูน้อยตั้งเป็นมูลนิธิบริหารจัดการเป็นระบบ
นักวิชาการ ยืนยัน ครูน้อยเป็นแม่พระแนะครูน้อยตั้งเป็นมูลนิธิบริหารจัดการเป็นระบบ โดยอาจให้ พล.ต.ท.พงศพัศ เป็นประธาน นายสมพงษ์ จิตระดับ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเด็กที่มีความต้องการพิเศษ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาหนี้นอกระบบของ นางนวลน้อย ทิมกุล หรือครูน้อย ผู้ก่อตั้งบ้านครูน้อย สถานช่วยเหลือเด็กยากไร้ว่า ได้พูดคุยถึงปัญหาครูน้อยกับนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ หรือครูหยุย เลขาธิการมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก เพื่อหาช่องทางช่วยเหลือครูน้อยแล้ว ซึ่งตนเองรู้จักครูน้อยมานาน การันตีว่าครูน้อยเป็นคนดีมีจิตใจอ่อนโยนชอบช่วยเหลือผู้อื่น เป็นแม่พระ แม่ของเด็ก แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจมาจากการไม่มีระบบบริหารการเงินที่ดี ไม่มีการทำบัญชีรายรับรายจ่าย ไม่มีการติดตามตรวจสอบตามระบบธรรมาภิบาล ไม่มีการควบคุมและวางแผนถึงอนาคต ทำให้มีจุดรั่วไหลโดยที่ครูน้อยไม่รู้ และอาจจะมีคนรอบข้างเข้ามาหากินกับความใจดีของครูน้อย เท่าที่ทราบเด็กที่อยู่ในความดูแลอุปการะเป็นเด็กกำพร้าจริงๆ เพียง 18 คนเท่านั้น ที่เหลือเป็นเด็กในชุมชนมีพ่อแม่ แต่เข้ามากินข้าว เข้าแถวขอเงินไปโรงเรียนทุกวันๆ ละ 50-100 บาท ในจำนวนนี้เท่าที่ทราบบางรายไม่ได้ยากจนจริง แต่เพราะครูน้อยใจดีเป็นผู้ให้เสมอโดยไม่มีการคัดกรอง จึงอาศัยช่องทางคดโกงสูบเงินจากครูน้อย ซึ่งหากมีการคัดกรองที่ดีเชื่อว่าจะมีเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือไม่เกิน 40 คน นายสมพงษ์ กล่าวด้วยว่า การที่พลตำรวจโท พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าไปช่วยไกล่เกลี่ยเจ้าหนี้เพื่อผ่อนปรนหนี้สินครูน้อยที่มีถึง 8 ล้านบาท รวมถึงเวลานี้มีกระแสการบริจาคความช่วยเหลือครูน้อยนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่การปลดหนี้เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ในระยะยาวควรจะผลักดันให้บ้านครูน้อยจัดตั้งเป็นมูลนิธิเพื่อบริหารจัดการในรูปของคณะกรรมการ จะทำให้มีความเป็นระบบมากขึ้น และมีระบบคัดกรองที่สามารถช่วยเหลือเด็กไร้ที่พึ่ง เด็กด้อยโอกาสอย่างแท้จริง ซึ่งอาจจะให้ พล.ต.ท.พงศพัศ เป็นประธานมูลนิธิก็ได้ และอยากฝากให้คนรอบข้างได้คิดถึงครูน้อยให้มากกว่านี้ เพราะครูน้อยเริ่มมีอายุมากขึ้น มีโรคประจำตัวมากมาย ทั้งยังมีความบกพร่องทางร่างกายที่ทำให้การเคลื่อนไหวมีปัญหา ไม่จำเป็นก็ไม่ควรไปรบกวน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


