อ.ธรรมศาสตร์ ชี้ ช่วงนี้ไม่เกิดปฏิวัติ

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงในตอนหนึ่งของการเสวนาแนวโน้มความรุนแรงเหตุสู่รัฐประหาร หรือไม่ว่าสถานการณ์การเมืองช่วงนี้จะไม่นำไปสู่การปฏิวัติรัฐประหาร เพราะเชื่อว่ากฎหมายที่มีอยู่รัฐบาล จะสามารถนำมาประกาศบังคับใช้เพื่อควบคุมดูแลสถานการณ์ได้ แต่การบังคับใช้กฎหมายจะต้องไม่ใช้การปราบปราม เนื่องจากเป็นเหตุผลที่ง่ายต่อการเปิดโอกาสในการสร้างสถานการณ์สู่ความรุนแรง ทั้งนี้ประชาชนเป็นเจ้าของผู้ถืออำนาจอธิปไตย หากการชุมนุมเกิดความวุ่นวายขึ้นจะต้องไม่ใช้พิธีการปราบปรามประชาชน ขณะเดียวกันเกรงว่า หากมีการปราบปรามประชาชนขั้นรุนแรงจะเกิดการต่อต้านกับประชาชนที่ไม่เห็นด้วยจำนวนมาก จนอาจกลายเป็นสงครามการเมือง อย่างไรก็ตาม การปฏิวัติรัฐประหารหากเกิดขึ้นอีก จะไม่ง่ายเหมือนกับการปฏิวัติในวันที่ 19 ก.ย.49 ที่ผ่านมาอย่างแน่นอน ขณะที่ทางด้าน ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล สื่อมวลชนและนักวิชาการกล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ ยังไม่ถึงขั้นที่จะมีการปฏิวัติยึดอำนาจ เพื่อเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี เพราะตราบใดที่เครื่องมือของระบอบอำมาตยาธิปไตย ยังสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ และสื่อมวลชน อาทิ หนังสือพิมพ์แนวหน้า ผู้จัดการ ไทยโพสต์ รวมถึง สื่อมวลชนเครือเนชั่น ที่ยังให้การสนับสนุน อีกทั้งตราบใดที่รัฐบาลชุดนี้ ยังเป็นพรรคประชาธิปัตย์ และมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเป็น นายกรัฐมนตรี ที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พึงพอใจให้อยู่ตำแหน่งต่อไป รวมถึงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ


ทั้งนี้ ส่วนตัวมองว่า ในช่วงเดือนตุลาคม น่าจะมีแนวโน้มความเป็นไปได้ หากจะเกิดการปฏิวัติขึ้น โดยในช่วงนั้น จะเป็นช่วงการเปลี่ยนตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก หลัง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก ที่ได้ถูกวางตัวให้ได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ต่อไป ขณะเดียวกันมองว่า หากมีการเลือกตั้งใหม่ ผลว่า พรรคเพื่อไทย ชนะการเลือกตั้ง และมี นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ที่ใสสะอาด จนเครื่องมือของระบอบอำมาตยาธิปไตยไม่สามารถซักฟอก หรือ หาข้อบกพร่องได้ รวมถึงมีการเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการทหารบก แทนที่ไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์