เพื่อไทย ยืนยันจะเอาประธานสภาฯ พร้อมรัฐมนตรี 14 คน เท่าก้าวไกล

เพื่อไทย ยืนยันจะเอาประธานสภาฯ พร้อมรัฐมนตรี 14 คน เท่าก้าวไกล

เพื่อไทย ยืนยันจะเอาประธานสภาฯ พร้อมรัฐมนตรี 14 คน เท่าก้าวไกล
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

บรรดาผู้นำพรรคเพื่อไทยร่วมกันแถลงเมื่อวันอังคาร (27 มิ.ย.) ว่าพรรคเพื่อไทยต้องการตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมรัฐมนตรี 14 ตำแหน่งเท่ากับพรรคก้าวไกล โดยอ้างว่ามีเสียงในสภาผู้แทนราษฎรห่างกันเพียงแค่ 10 เสียงเท่านั้น

นายชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าพรรคเพื่อไทยเสนอว่าในเมื่อมีคะแนนต่างจากพรรคก้าวไกลเพียง 10 เสียง ควรได้ตำแหน่งระดับสูงที่ใกล้เคียงกัน

"พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลนะครับ ในฐานะที่เป็นพรรคแกนนำและเป็นพรรคลำดับ 2 ซึ่งมีคะแนนที่ต่างกันเพียง 10 คะแนน ตำแหน่งรัฐมนตรีที่ได้นะครับมี 14 ตำแหน่ง พรรคก้าวไกลบวกตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็น 14+1 เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร พรรคเพื่อไทยเองก็เสนอว่าเพื่อไทยเอง 14+1 '1' นั้นคือประธานฝ่ายอ่า... เป็นประธาน... เป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ก็คือประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือประธานรัฐสภา นั่นเป็นข้อเสนอเบื้องต้นที่ได้เสนอไป" นายชลน่าน กล่าว

"ทางกรรมการบริหารหลังจากฟังคณะกรรมการเจรจาได้นำเสนอแล้วเนี่ย กรรมการบริหารมีความเห็นว่าควรยืนในหลักการ 14+1 ก็คือ หลักการแรกที่นำเสนอไป ขอให้กรรมการที่รับภาระมอบหมายจากกรรมการบริหารไปเจรจาในประเด็นนี้ต่อไป นั่นก็คือหมายความว่าไปเจรจาเรื่องของ 14 รัฐมนตรีและประมุขนิติบัญญัติตามที่ได้เสนอตอนแรกสุด ขอเป็นของพรรคเพื่อไทยนะครับ"

หัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวต่อไปว่า ความต้องการของกรรมการบริหารพรรคดังกล่าวก็ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ส่วนใหญ่ของพรรค ที่มีการประชุมกันเมื่อช่วงบ่ายวันอังคาร (27 มิ.ย.)

"ความหมายก็คือว่าสมาชิกส่วนใหญ่นะครับเห็นว่าควรจะไปเจรจาในมุมที่ได้รับมอบหมายจากกรรมการบริหาร ก็คือ 14+1"

ภูมิธรรมลั่นถ้าไม่ยอมก็ต้องทบทวนตัวเอง

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ประชุมของ ส.ส. พรรคการประชุมดังกล่าวไม่ได้มีการลงมติกัน แต่ความเห็นที่ออกมาเป็นเอกภาพ ดังนั้นตนและนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค จะนำข้อเสนอนี้ไปเจรจากับคณะเจรจาของพรรคก้าวไกลในวันพุธ (28 มิ.ย.)

ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งถามนายภูมิธรรมว่า หากพรรคก้าวไกลไม่ยอมรับข้อเสนอนี้ จะทำอย่างไร นายภูมิธรรมตอบว่า

"ไม่ยอม ก็ต้องต่างฝ่ายต่างไปทบทวน ก็แสดงว่าข้อสรุปในการเจรจาไม่จบ"

นายภูมิธรรม กล่าวต่อไปว่า ถ้าการเจรจามีความคืบหน้าอย่างไร ก็จะนำมาเข้าสู่การพิจารณาของกรรมการบริหารพรรค ซึ่งตนคิดว่ายังมีเวลาก่อนจะเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่จะมีการโหวตเลือกประธานสภาฯ ในวันที่ 4 ก.ค.

อย่างไรก็ตาม การแถลงครั้งนี้ไม่ได้ระบุเหตุผลว่าทำไมพรรคเพื่อไทยจึงจำเป็นต้องได้ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร นอกจากคณิตศาสตร์ทางการเมือง ต่างจากพรรคก้าวไกลที่เคยแถลงถึงความจำเป็นที่ต้องได้ตำแหน่งนี้ไปแล้ว 3 เหตุผล ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล