ผู้เชี่ยวชาญเตือนการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยที่สนามบินสหรัฐอาจส่งผลเสียต่ออุตสาหกรรมการบิน

กรมประชาสัมพันธ์

สนับสนุนเนื้อหา

ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมการบินเตือนว่า การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยที่สนามบินสหรัฐ หลังจากเกิดเหตุการณ์ชาวไนจีเรียพยายามระเบิดทำลายเครื่องบินโดยสารของสายการบินนอร์ทเวสต์แอร์ไลน์ ของสหรัฐขณะร่อนลงจอดที่สนามบินในดีทรอยต์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อาจจะส่งผลเสียต่ออุตสาหกรรมการบิน ซึ่งเพิ่งเริ่มฟื้นตัวจากวิกฤติเศรษฐกิจ โดยเมื่อปีที่แล้ว อุตสาหกรรมการบินสหรัฐ ต้องเผชิญกับการขาดทุนถึง 23,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากการใช้บริการการบินลดลง ประกอบกับราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น นายโรเบิร์ต แมนน์ ที่ปรึกษาของสายการบินแห่งหนึ่งจากบริษัทอาร์ดับเบิลยู แมนน์ แอนด์ คอมพานี กล่าวว่า สายการบินต่างๆจะต้องจับตาดูผลกระทบต่อการเดินทางของนักธุรกิจ ซึ่งจ่ายค่าโดยสารในระดับสูง และเดินทางบ่อยครั้งกว่าผู้โดยสารทั่วไป โดยหากต้องเสียเวลาหลายชั่วโมงกับการตรวจสอบตามมาตรที่เพิ่งประกาศออกมา อาจจะทำให้นักธุรกิจเหล่านี้หลีกเลี่ยงการเดินทาง หรือไม่ก็อาจจะเช่าเครื่องบินเหมาลำหากจำเป็น ขณะเดียวกัน มาตรการที่ออกมาก็เชื่อว่าน่าจะไม่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทาง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยวตามมาด้วย มีรายงานว่า หลังเกิดเหตุพยายามโจมตีเครื่องบินเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แอร์แคนาดาได้แจ้งต่อผู้โดยสารที่ต้องการจะเดินทางเข้าไปในสหรัฐว่า อาจจะต้องเผชิญการยกเลิกหรือเลื่อนเวลาบิน และแจ้งให้จำกัดกระเป๋าเดินทางเหลือเพียงใบเดียว ขณะเดียวกัน ในช่วงชั่วโมงสุดท้ายของการบิน ผู้โดยสารจะต้องนั่งอยู่กับเก้าอี้ โดยจะไม่ได้รับอนุญาตให้หยิบกระเป๋า หรือทำธุระส่วนตัว ทั้งนี้ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ ประกาศว่า ได้ปรับเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยตามสนามบินต่างๆตั้งแต่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวและแจ้งผู้โดยสารเครื่องบินว่า อาจจะต้องเผชิญกับการตรวจสอบมากกว่าที่เคยผ่านมา.

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!