เจ้าอาวาสประกาศรับสมัคร "เด็กวัด" อยู่ฟรี กินฟรี เงินเดือนหลักหมื่น คุณสมบัติครบก็มาเลย!

เจ้าอาวาสประกาศรับสมัคร "เด็กวัด" อยู่ฟรี กินฟรี เงินเดือนหลักหมื่น คุณสมบัติครบก็มาเลย!

เจ้าอาวาสประกาศรับสมัคร "เด็กวัด" อยู่ฟรี กินฟรี เงินเดือนหลักหมื่น คุณสมบัติครบก็มาเลย!
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

วัดดังฉะเชิงเทราประกาศรับสมัคร "เด็กวัด" อยู่ฟรี กินฟรี เงินเดือนหลักหมื่น คุณสมบัติครบก็มาเลย! 

(30 พ.ย.65) เวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่วัดอาคมสิทธาภรณ์ ตั้งอยู่เลขที่ 1 ม.1 ต.โยธะกา อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ได้มีสื่อมวลชนหลายแขนงต่างพากันเดินทางเข้ามาสอบถามหาข้อมูลจากทางวัด หลังจากพระปลัดคณาธิป สนฺตจิตโต อายุ 34 ปี พรรษา 13 เลขานุการรองเจ้าคณะอำเภอบางน้ำเปรี้ยว ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้ โด้โพสต์ข้อความผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ของทางวัด เพื่อรับสมัครงานเป็นลูกศิษย์วัดในตำแหน่งคนขับรถ พร้อมระบุถึงคุณสมบัติของผู้สมัครมีดังนี้ว่า 1. เป็นคนขยันมีความรับผิดชอบอัธยาศัยดี 2.ขับรถได้รักษาดูแลรถมีความรู้เรื่องรถเบื้องต้น 3.มีมารยาท ความประพฤติดี หากมีความสามารถเรื่องการถ่ายรูป หรือคอมพิวเตอร์จะพิจารณาเป็นพิเศษ

โดยมีสวัสดิการดังนี้ 1.มีห้องพักฟรี 2.มีอาหารฟรี 3.รับเงินพิเศษจากการออกงาน 4.เงินเดือน 8,xxx -1x,xxx ตามความขยันและความสามารถ สนใจโทร 0955519797 เจ้าอาวาสวัดอาคมสิทธาภรณ์ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมยังมีการลงแผ่นภาพแสดงรายละเอียด และคุณสมบัติผู้สมัครด้านอื่นๆ ประกอบในสื่อสังคมออนไลน์ด้วย

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามข้อมูลจาก น.ส.ตลับ สาทภัย อายุ 79 ปี ซึ่งเป็นแม่ชี บวชอยู่ภายในวัดแห่งนี้ทราบว่า พระปลัดคณาธิป ไม่อยู่เนื่องจากได้ออกรับกิจนิมนต์ไปยังที่ จ.บึงกาฬ ตั้งแต่เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ และคาดว่าจะกลับมาในวันพรุ่งนี้ พร้อมเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้เคยมีผู้มาสมัครเข้ามาทำงานในตำแหน่งนี้มาแล้วประมาณ 5-6 คน โดยเป็นตำแหน่งคนขับรถ ที่จะต้องคอยรับส่งพระออกไปบิณฑบาต และจะต้องตื่นตั้งแต่เช้าเวลาประมาณ 05.00 น. จากนั้นจึงมาช่วยกันดูแลทำความสะอาดกุฏิ ศาลา และบริเวณวัด และต้องขับรถเดินทางนำพาสามเณรไปส่งยังที่โรงเรียนพระปริยัติธรรม ยังที่วัดโสธรวรารามวรวิหาร ในตัวเมือง จ.ฉะเชิงเทรา (ระยะทางประมาณ 45 กม.) และในช่วงเย็นก็ต้องเดินทางไปรับกลับมาที่วัด รวมถึงยังต้องขับรถออกไปรับส่งเจ้าอาวาสวัด ที่จะออกไปรับกิจนิมนต์ต่างๆ ภายนอกวัดด้วย

นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ดูแลรักษารถ ล้างรถ และช่วยเหลืองานด้านอื่นๆ ภายในวัด ซึ่งวัดแห่งนี้มีพระสงฆ์จำนวน 2 รูป และสามเณรอีก 3 รูป ขณะในช่วงระหว่างพรรษาจะมีพระสงฆ์จำนวน 5 สามเณร 4 รูป โดยที่ผ่านมานั้นคนขับรถแต่ละคนไม่สามารถอยู่ได้นาน โดยเคยมีผู้ที่อยู่ได้นานที่สุดเพียง 1-2 เดือน จากนั้นก็ต้องลาออกไป โดยมีบางรายนั้นมาอยู่ได้เพียง 1-2 วันก็ต้องลาออกไปเช่นกัน เนื่องจากต้องกินนอนอยู่กับวัดห่างเหินจากครอบครัว เพราะไม่สามารถนำพาครอบครัวมาอยู่ด้วยภายในวัดได้ และอีกอย่างในความเห็นส่วนตัวนั้น ตนมองว่าเงินเดือนจำนวน 8 พันบาทนั้น ไม่น่าจะเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในยุคสมัยนี้ และยิ่งหากเป็นคนที่มีลูกมีครอบครัวด้วย จึงไม่น่าจะเพียงพอต่อค่าใช้จ่าย หลายคนจึงอยู่ไม่ได้ โดยงานลักษณะนี้ต้องเป็นคนที่ไม่มีครอบครัวหรือคนโสดจึงจะอยู่ได้ หรือไม่ก็ต้องเป็นคนแถวนี้ ขณะที่รายล่าสุดที่เพิ่งออกไปนั้น ได้ออกไปประมาณ 1 เดือนที่แล้ว หลังจากมารับเงินเดือนสุดท้ายไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา

สำหรับวัดแห่งนี้ เป็นวัดที่มารดาของตน คือ นางอบ สาทภัย ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วเมื่อวัย 89 ปี ได้บริจาคที่ดินให้พระสงฆ์ เพื่อสร้างวัดตั้งแต่อดีตเจ้าอาวาสรูปก่อน ในปี พ.ศ.2543 จำนวน 6 ไร่ 3 งานตนจึงมาอยู่ที่นี่ซึ่งเป็นบ้านเกิด น.ส.ตลับ กล่าว โดยผู้สื่อข่าวได้รายงานถึงบรรยากาศภายในวัดแห่งนี้เพิ่มเติมอีกว่า ได้มีการขึ้นป้ายเตรียมจัดทำโครงการต่างๆ เอาไว้มากมายอย่างเป็นระบบและมีแบบแผน รวมถึงมีการขึ้นป้ายประกาศเป็นนโยบายของทางวัดเอาไว้อย่างชัดเจนอย่างเป็นระบบด้วย โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างโบสถ์ ที่มีพระประธานสูงที่สุดในโลก เป็นหลวงพ่อรวยทันใจองค์ยืน และการเตรียมจัดสร้างให้วัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำอีกแห่งของ จ.ฉะเชิงเทรา เนื่องจากมีทำเลที่สวยงามติดริมฝั่งของลำแม่น้ำนครนายก ที่แยกสาขาออกมาจากแม่น้ำบางปะกง และแม่น้ำปราจีนบุรี และยังอยู่ไม่ไกลจากจุดบรรจบกันของแม่น้ำทั้ง 3 สาย

ขณะที่ นางวนิดา ชลารักษ์ อายุ 63 ปี อดีตข้าราชการครูเกษียณอายุ ซึ่งเป็นชาวบ้านใกล้เคียงที่เข้ามาคอยดูแลช่วยเหลือทางวัดอีกราย เปิดเผยว่า สาเหตุที่วัดแห่งนี้ต้องประกาศรับสมัครเด็กวัด ในตำแหน่งคนขับรถนั้น เนื่องจากแถวนี้ไม่มีคนมาขับรถให้พระสงฆ์ จึงทำให้พระสงฆ์เดินทางไปไหนมาไหนลำบาก เพราะพระจะขับรถเองนั้นไม่ได้ เนื่องจากถูกห้าม โดยจะมีชาวบ้านมาขับให้ได้บ้างเพียงบางครั้งบางคราวเท่านั้น เนื่องจากชาวบ้านแถวนี้ ล้วนต่างมีภาระหน้าที่ ที่ต้องทำงาน ทำนากันทั้งหมด จนไม่มีเวลามาคอยช่วยเหลือดูแลต่อทางวัดมากนัก ทางเจ้าอาวาสจึงได้ประกาศเปิดรับสมัครคนมาขับรถให้ และเพื่อมาช่วยเป็นแรงงานภายในวัดด้วย

ส่วนสาเหตุที่เปลี่ยนเด็กวัดบ่อยๆ นั้น เนื่องจากที่ผ่านมาส่วนมากจะเป็นคนที่มีภาระทางครอบครัว มีภาระทางบ้าน จึงอยู่ได้ไม่ทน แค่เพียงช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้นก็ต้องออกไปดูแลครอบครัวของตนเอง เนื่องจากเมื่อมาขับรถให้พระสงฆ์แล้ว ก็จะต้องมากินนอนอยู่ที่นี่ และยังต้องช่วยงานภายในวัดด้วย จึงทำให้ไม่มีเวลากลับไปดูแลทางครอบครัว พวกเขาจึงต้องลาออกไป ซึ่งในอนาคตทางวัดนั้น ได้มีโครงการที่จะจัดให้เป็นสถานที่แหล่งท่องเที่ยวทางสายบุญริมลำน้ำอีกแห่งหนึ่งของจังหวัด โดยจะจัดให้มีตลาดน้ำด้วย