ถูกกีดกันรักแท๊กซี่วัย41ยิงด.ญ.วัย14ดับยิงตัวตายตาม

ถูกกีดกันรักแท๊กซี่วัย41ยิงด.ญ.วัย14ดับยิงตัวตายตาม

ถูกกีดกันรักแท๊กซี่วัย41ยิงด.ญ.วัย14ดับยิงตัวตายตาม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

โชเฟอร์แท็กซี่วัย 41 ปี ยิง ด.ญ.วัย 14 ดับคาบ้าน ก่อนระเบิดสมองตัวเองตายตาม เหตุหลงรักฝ่ายหญิง แต่รู้ว่ามารดาจะพาเด็กหนีไปอยู่ที่อื่นจึงชิงลงมือ แม่เด็กเผยก่อนเกิดเหตุร้าย ฝ่ายชายเคยขู่มาแล้วว่าจะฆ่าให้ตาย

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 27 ก.พ. พ.ต.ท.อภิชาติ ศรีทองกุล พนักงานสอบสวน สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิตจำนวน 2 ราย เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 37 หมู่ 4 ต.วัดสำโรง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุนทรลาภ ผกก.พ.ต.ท.ประทีป พันธ์หว้า รอง ผกก.สส.และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนจำนวนหนึ่ง

ภายในที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นลานกว้างหลังบ้านไม้ชั้นเดียว เจ้าหน้าที่พบศพนายวิชัย กาญจนประดิษฐ์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96 หมู่ 17 ต.บ่อสุพรรณ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่ขมับซ้าย 1 นัด โดยข้างลำตัวพบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ตกอยู่จำนวน 1 กระบอก และใกล้กันยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด .38 ตกอยู่จำนวน 2 ปลอกจึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน


นอกจากนี้ยังทราบว่ามีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย คือ ด.ญ.มัลลิกา คณาวงษ์ อายุ 14 ปี นักเรียนหญิงชั้น ม.2 โรงเรียนภัทรญาณ ซึ่งถูกนายวิชัยใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวยิงเข้าที่หน้าอก 1 นัด ญาติได้ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลห้วยพลู และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ ด.ญ.มัลลิกา กำลังออกจากห้องน้ำหลังบ้าน นายวิชัย ซึ่งยืนรออยู่ได้ใช้อาวุธปืนยิงเข้าที่หน้าอก 1 นัด จน ด.ญ.มัลลิกา หรือน้องแนน ล้มลงนอนกองอยู่กับพื้นหน้าห้องน้ำ จากนั้นนายวิชัย จึงเดินห่างออกมาพร้อมใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันยิงศรีษะตัวเอง 1 นัด เพื่อฆ่าตัวตายตาม

นางจำเนียร เนโส อายุ 71 ปี ยายของ ด.ญ. มัลลิกา เล่าว่า นายวิชัย ผู้ตายเป็นเพื่อนของสามีลูกสาวตน ซึ่งมีอาชีพขับรถแท็กซี่ด้วยกัน ซึ่งนายวิชัยได้มาขอพักอาศัยอยู่ที่บ้านนานประมาณ 1 ปี แล้ว ซึ่งต่อมาลูกสาวตนได้เลิกกับสามี นายวิชัยก็ไม่ยอมย้ายออกไป ก็ยังอาศัยอยู่ที่บ้าน และช่วยจ่ายเงินค่ากับข้าวบ้าง ให้เงินเด็กไปโรงเรียนบ้าง ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่านายวิชัยเป็นใครมาจากไหน ซึ่งช่วงหลังตนสังเกตเห็นว่านายวิชัยมีท่าทีชอบหลานสาวตน แต่ด.ญ.มัลลิกา ไม่ได้มีความสัมพันธ์ด้วยเพราะยังเด็กอยู่มาก ไม่คิดว่านายวิชัยจะมายิงหลานสาวตนและมายิงตัวตายเช่นนี้

นางภัทรพร คณาวงษ์ อายุ 38 ปี มารดาของน้องแนน กล่าวว่า หลังจากที่นายวิชัย ได้มาอาศัยอยู่ที่บ้าน ตนก็สังเกตเห็นว่านายวิชัยมีท่าทีชอบลูกสาวตน ตนจึงเรียกนายวิชัยมาคุย ให้ย้ายไปอยู่ที่อื่น เพราะลูกสาวตนเริ่มโตเป็นสาวแล้ว ซึ่งนายวิชัยก็ไม่ยอมไปและบอกว่าหลงรักบุตรสาว และจะไม่ยอมย้ายไปไหน ตนจึงบอกว่าถ้านายวิชัยไม่ไป ปิดเทอมนี้ตนก็จะพาลูกสาวไปอยู่ที่อื่นแทน

"นายวิชัย ได้ไปเที่ยวพูดกับคนอื่นๆว่าได้เสียกับลูกสาวแล้ว ซึ่งตนไม่เชื่อว่าจะเป็นความจริง และได้พยายามไล่ให้นายวิชัยไปอยู่ที่อื่น ซึ่งนายวิชัยได้ขู่ว่า หากพาด.ญ.มัลลิกา ย้ายหนีไป เขาจะฆ่าให้ตาย ซึ่งวันนี้เป็นวันแรกที่ปิดเทอม และเช้าวันนี้ลูกสาวอาบน้ำเสร็จ ออกมาจากห้องน้ำนายวิชัยก็ใช้อาวุธปืนยิงทันที " มารดาผู้เสียชีวิต ระบุ

พ.ต.ท.อภิชาติ ศรีทองกุล พนักงานสอบสวน กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนหน้านี้ นางภัทรพร ได้อยู่กินกับสามีเก่า คือบิดา ด.ญ.มัลลิกา ซึ่งต่อมา บิดาของเด็กเสียชีวิต นางภัทรพร จึงได้สามีใหม่มีอาชีพขับรถแท๊กซี่รับจ้าง ซึ่งได้นำนายวิชัย เพื่อนร่วมอาชีพเดียวกัน มาอาศัยอยู่ที่บ้าน จนกระทั่งต่อมา นางภัทรพร ได้แยกทางกับสามี แต่นายวิชัยก็ยังไม่ยอมย้ายออกไป เนื่องจากว่าหลง บุตรสาวของนางภัทรพร ซึ่งนางภัทรพร เองก็ได้พยายามที่จะให้นายวิชัยย้ายออกจากบ้านหลายครั้ง แต่นายวิชัยก็ไม่ยอมไป อีกทั้งนายวิชัย ยังได้พูดจาข่มขู่ว่า ถ้านางภัทรพร พาลูกสาวหนีออกไป จะฆ่าให้ตาย ซึ่งนางภัทรพร ก็ได้เข้าแจ้งความไว้เมื่อประมาณปลายเดือนมกราคม 2552 ที่ผ่านมา

จาการตรวจสอบภายในรถแท็กซี่ของนายวิชัย พบสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง ซึ่งนายวิชัยเขียนบันทึก และพรรณนาถึงความรักที่มีต่อด.ญ.มัลลิกา และถูกนางภัทรพรกีดกัน จึงเป็นการยืนยันได้ว่า สาเหตุที่นายวิชัย ก่อเหตุครั้งนี้ เพราะเกรงว่านางภัทรพร จะพาบุตรสาวหนีไปอยู่ที่อื่น จึงได้ตัดสินใจฆ่าด.ญ.มัลลิกาและยิงตัวตายตาม

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล