อึ้ง ประสบการณ์จริง "ลูกถูกสลับตัว" เตือนคุณแม่มือใหม่ สังเกตลูกให้ดีหลังคลอด

อึ้ง ประสบการณ์จริง "ลูกถูกสลับตัว" เตือนคุณแม่มือใหม่ สังเกตลูกให้ดีหลังคลอด
S! News (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

มันเกิดขึ้นจริงไม่ใช่แค่ในละคร! คลิปเตือนคุณแม่มือใหม่ ประสบการณ์จริงที่เคยเจอ "ลูกถูกสลับตัว" วอนสังเกตลูกน้อยเราให้ดีหลังคลอด

กลายเป็นคลิปไวรัล หลังจากผู้ใช้แอปพลิเคชั่น TikTok ชื่อว่า kattylazy ได้ออกมาเล่าประสบการณ์ของตัวเอง หลังคลอดลูกในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ทว่าถูกทางโรงพยาบาลสลับตัวเด็ก โชคดีที่ไม่สลับตัวนานจนเด็กเติบโตผิดครอบครัว

โดยผู้โพสต์ ระบุว่า "เตือนคุณแม่มือใหม่นะคะ สังเกตลูกน้อยเราให้ดีหลังคลอด เอาประสบการณ์จริงที่เคยเจอมาบอกค่ะ #ลูกถูกสลับตัว เกิดขึ้นได้จริงๆ"

ผู้โพสต์ เล่าในคลิปว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ในวันที่ 12 สิงหาคม 2559 ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งมีคุณแม่มากกว่า 10 คน เลือกคลอดบุตรในวันเดียวกัน หลังจากวันคลอด 1 วัน เจ้าของโพสต์ก็เห็นหน้าลูกตามปกติในช่วงเช้าและช่วงเย็น ก่อนพยาบาลจะนำเด็กน้อยไปดูแล

ในวันที่ 2 พยาบาลก็เข็นเปลเด็กมาให้คุณแม่ตามปกติ แต่ตนเองเอะใจว่า เด็กน้อยคนดังกล่าวอาจไม่ใช่ลูกของตน เพราะลูกหน้าเปลี่ยนไป แต่เปลของเด็กเป็นชื่อตนเอง จึงพูดออกมาว่าไม่ใช่ลูกของตน จนกระทั่งพิสูจน์ด้วยการถอดผ้าพบปาน และปลอกแขน-ปลอกขาของเด็กก็ไม่ใช่ชื่อของตน ทำให้ครอบครัวต้องออกไปตามหาลูกตนเอง

เจ้าของคลิปและครอบครัวเดินไปถามแพทย์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คุณหมอได้ขอโทษพร้อมให้คำอธิบายว่า เป็นการผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากวันดังกล่าวมีเด็กที่คลอดจำนวนมากก็เลยให้พยาบาลแผนกอื่นมาช่วยอาบน้ำ ซึ่งเธอก็ได้พูดไปว่าแล้วถ้าหากไม่ได้สังเกตลูกเอาไว้ จนกระทั่งถึงวันออกจาก รพ. จะกลายเป็นว่าต้องเลี้ยงลูกคนอื่นไหม

เจ้าของคลิปกล่าวย้ำอีกครั้งถึงเจตนาที่ออกมาพูด เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้คุณแม่มือใหม่ ให้สังเกตลูกให้ดี จำรายละเอียดให้มาก เด็กๆ จะมีปลอกแขนและปลอกขาทั้งซ้ายขวา 4 ข้อ

"มันก็เหมือนเป็นเหตุการณ์ที่เหมือนจะแอบตลกด้วยเหมือนกัน เหมือนในละคร ที่ว่าสลับตัว อันนี้มีจริงนะคะ"

 

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าของคลิปได้โพสต์คลิปที่ 2 ตอบคอมเมนต์คนที่เข้ามาสอบถาม โดยเปิดเผยว่า ทางแม่อีกคนที่ลูกถูกสลับตัวนั้นยังไม่ได้ดูเด็กเลย ซึ่งหลังจากทราบว่ามีการสลับตัวเด็ก จึงให้ญาติๆ ไปคุย

ทั้งนี้ ไม่ได้มีการเอาผิดทางโรงพยาบาลแต่อย่างใด เนื่องจากแก้ปัญหาได้ทันทำเพียงฝากคุณหมอตักเตือนเจ้าหน้าที่พยาบาลแผนกอื่นให้รอบคอบกว่านี้