ครอบครัวล้อมวงกินข้าว จู่ๆระเบิดร่วงจากเครื่องบินรบเมียนมา ตกลงกลางบ้านดับสลด 3 ราย

ครอบครัวล้อมวงกินข้าว จู่ๆระเบิดร่วงจากเครื่องบินรบเมียนมา ตกลงกลางบ้านดับสลด 3 ราย
S! News (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ทางเจ้าหน้าที่ไทยในหมู่บ้านหมื่นฤาชัย ต.พบพระ อ.พบพระ จ.ตาก ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดจากเครื่องบินรบของทหารเมียนมาไม่ทราบชนิดไปตกใส่กลางบ้านของ นายจอราโด้ ผู้ใหญ่บ้าน ที่หมู่บ้านทิบาโบ จ.เมียวดี ฝั่งประเทศเมียนมา มีผู้ได้รับบาด 3 คน และผู้เสียชีวิต 3 คน ขณะที่ทั้งหมดกำลังนั่งทานอาหารกันอยู่ภายในบ้าน ต่อมาได้ประสานมายังฝั่งประเทศไทย ขอผ่อนปรนนำคนเจ็บ 3 คน โดยสารเรือข้ามแม่น้ำเมยมาส่งในฝั่งไทย เพื่อส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลในพื้นที่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไทยได้ยินยอมให้ข้ามฝั่งมาได้ ส่วนผู้เสียชีวิตได้นำศพไว้ฝั่งเมียนมา เพื่อทำพิธีศพตามประเพณีต่อไป

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ไทยแจ้งว่า มีผู้เสียชีวิต 3 คน มีเอกสารของทางการไทยออกให้มีบัตรประชาชนไทย 1 คน คาดว่าจะเป็นราษฎรในพื้นที่ไปมีครอบครัวฝั่งเมียนมา นอกจากนี้ยังพบบัตรพื้นที่สูง 1 คน และบัตร 10 ปีอีก 1 คน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมีทั้งหมด 3 คน พบบัตรประจำตัวประชาชนไทย 1 คน บัตรพื้นที่สูง 1 คน อีก 1 คนไม่ทราบ ช่วงก่อนเกิดเหตุมีเครื่องบินรบมิก 29 ของทหารเมียนมา บินมาปฏิบัติการโจมตีฝ่ายต่อต้านทางอากาศ จนมีระเบิดตกลงใส่กลางหลังคาบ้าน ในช่วงที่ทุกคนในบ้าน กำลังรวมกลุ่มกันทานอาหารเย็นอยู่

ด้านพลตรีประสาน แสงศิริรักษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมทหาร และตรวจสถานการณ์การสู้รบระหว่างฝ่ายต่อต้านทหารเมียนมา กับ ทหารเมียนมา ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน อ.พบพระ จ.ตาก โดยจุดแรกได้เดินทางไปยังกองร้อยทหารราบที่ 1413 ฐานบ้านมอเกอร์ไทย ต.วาเล่ย์ เพื่อดูการสู้รบฝั่งเมียนมา จากนั้นเดินทางไปยังพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว 2 จุด มีผู้ลี้ภัยสงคราม ประมาณ 470 คน ที่บ้านวาเล่ย์ใหม่ และบ้านมอเกอร์ไทย จากนั้นร่วมกับนายสมพงษ์ ฟุ้งทวีวงศ์ นายอำเภอพบพระ จ.ตาก และกิ่งกาชาด อ.พบพระมอบข้าวสาร อาหารแห้ง ให้กับผู้ลี้ภัย เพื่อให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม

ภายหลัง พลตรีประสาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังคงมีการสู้รบในประเทศเพื่อนบ้าน และไม่มีการใช้เครื่องบินรบล้ำน่านฟ้าไทยแล้ว เพราะทางไทยได้ประสานไปแล้วทั้งในระดับสูง และระดับท้องถิ่น นอกจากนี้ได้กำชับให้ทหารดูแลประชาชนอย่างดี ส่วนผู้ลี้ภัยที่ข้ามมานั้น บางส่วนได้ขอกลับไปแล้ว ในจุดที่ไม่มีการสู้รบ เพราะเป็นห่วงบ้านเรือนและทรัพย์สินในฝั่งเมียนมา