อัจฉริยะแจ้งความทนายเดชา-สื่อบันเทิงช่องดัง ลั่นไม่รับคำขอโทษ กราบเท้าอย่างเดียว

อัจฉริยะแจ้งความทนายเดชา-สื่อบันเทิงช่องดัง ลั่นไม่รับคำขอโทษ กราบเท้าอย่างเดียว
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 26 มิถุนายน 2565 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ไปที่ สภ.พระประแดง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมนำเอกสารและหลักฐานเข้าพบกับ พ.ต.ท.ประสงค์ อินเสมียน สารวัตรสอบสวน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์เกี่ยวกับทนายเดชา ที่ออกมาหมิ่นประมาทที่กล่าวหาว่าตนเองไปหลอกลวงแม่น้องแตงโม ให้แต่งตั้งตัวเองเป็นทนาย

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้ออกมากล่าวว่า เขาเคยไปให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ตนไปหลอกลวงคุณแม่พนิดา ซึ่งทุกคนก็รู้วันที่มีการแถลงข่าวกันที่กรรมาธิการคุณแม่ก็เป็นคนแถลงเอง เราก็ได้หนังสือมอบอำนาจโดยชอบ ส่วนเรื่องการที่มาพูดลอยๆ อย่างนี้และอ้างว่าคุณแม่เป็นคนพูด และมาพูดโดยไม่รับผิดชอบเราก็ใช้สิทธิ์ดำเนินคดี

ซึ่งคดีวันนี้เป็นคดีที่ 5 จากการที่เราได้มีการฟ้องศาลเอง รวมถึงมีการแจ้งความตามโรงพักต่างๆซึ่งในสัปดาห์หน้า ซึ่งเราจะต้องไล่ดำเนินคดีทั้งหมดที่เขาพูดมาตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน ซึ่งคาดว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า 15 คดี ซึ่งรอรับหมายเรียกได้เลยรับรองว่าทั่วไทย ซึ่งเราก็จะให้มีการแจ้งความทั่วประเทศรองคิดเอาแล้วกัน

จากนอกจากนี้นาย อัจฉริย อยากจะเรียนพี่ๆสื่อมวลชนตรงๆว่าเราไม่คู่ขัดแย้งกันแต่เนื่องจากว่าเมื่อคืนนี้มีช่องข่าวบันเทิงช่องหนึ่ง ได้มีการไลฟ์สดให้สัมภาษณ์ โดยมีการพาดพิงถึงครอบครัว ซึ่งคนที่สัมภาษณ์ก็ได้มีการหัวเราะเยาะเย้ย ฉะนั้นแล้วเขาต้องเป็นผู้ต้องหาร่วม การอยากได้เรตติ้งของพี่ๆสื่อมวลชนต้องอยู่ภายในกรอบของกฎหมาย แต่ไม่ใช่มาละเมิดลูกเมียผม จะพูดถึงผม ผมไม่ว่า แต่การที่ละเมิดลูกเมียผมถือว่าใช้ไม่ได้ อันนี้ถือว่าคุณเป็นผู้สื่อข่าวที่ไม่มีจรรยาบรรณ เนื่องจากคุณต้องการเรตติ้งอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงสิทธิส่วนบุคคลของครอบครัวผม ลูกผมดูรายการเมื่อคืนก็ไม่สบายใจ นอกจากนี้ภรรยาผมก็ไม่สบายใจ ผมไม่อยากฟ้องสื่อมวลชน ก่อนหน้านี้ก็เคยมีการฟ้องสื่อมวลชนมาแล้ว ในคดีที่มีการพาดพิงแบบนี้โดยเรื่องอยู่ระหว่างอัยการ ซึ่งคดีนี้ก็เหมือนกัน ผมก็ต้องขอโทษสื่อบันเทิงช่องดังกล่าวด้วย จำเป็นต้องฟ้อง เพราะผมเสียหาย ที่มากล่าวหาเมียผมกับลูกแบบนี้ มันเป็นสิ่งที่เรารับไม่ได้ ต้องแจ้งนักข่าวไว้เลยว่า ถ้าทำอีก นักข่าวช่องไหนก็แล้วแต่ ถ้าต้องการเรตติ้งคุณก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่คุณทำด้วย

นอกจากนี้นายอัจฉริยะบอกอีกว่า ไม่รับคำขอโทษ ต้องกราบเท้าอย่างเดียว ในเมื่อเขาบอกว่าเสื้อเขา ตำรวจกลัวเขาทั้งประเทศ อันนี้ก็เป็นการดูถูกเหยียดหยามตำรวจทั้งประเทศ เพราะว่าเขาบอกเองว่าถ้าใครซื้อเสื้อเขาไปใส่ ตำรวจทางโรงพักเกรงใจเขาหมด ผมเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะปล่อยให้โรงพักต่างๆทั่วประเทศ เป็นแบบที่เขาพูดไหม ใส่เสื้อแล้วไปโรงพักต่างๆ ตำรวจจะไม่กล้าดำเนินคดี ซึ่งผมกำลังพยายามดูท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่ต้องพึ่งกฎหมายไทยแล้ว ก็ใช้ศาลเตี้ยกันหมดแล้ว ในเมื่อถ้าตำรวจเลือก

ทั้งนี้ตนก็ต้องถึงวันที่ 20 กรกฎาคม 2565 ว่าทางคุณแม่จะถอน หรือไม่ถ้าแม่ถอนคดีก็จบส่วนหลักฐานที่ตนมีก็จะเก็บเอาไว้เพื่อสู้คดี เพราะยังไงคนบนเรือก็ฟ้องตนอยู่แล้ว ก็ต้องไปสู้กันในศาล