ป่าไม้บุกสำนักสงฆ์พระครูชื่อดังแม่สาย รุกป่า 11 ไร่ สร้างพระ-สถานปฏิบัติธรรม

ป่าไม้บุกสำนักสงฆ์พระครูชื่อดังแม่สาย รุกป่า 11 ไร่ สร้างพระ-สถานปฏิบัติธรรม
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ป่าไม้บุกสำนักสงฆ์พระครูชื่อดังแม่สาย รุกป่า 11 ไร่ สร้างพระ-สถานปฏิบัติธรรมบนม่อนดอยช้างงู  

เจ้าหน้าที่สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 (เชียงราย) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจยึดพื้นป่าสงวนแห่งชาติบริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่บ้านแม่มะ หมู่ 1 ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย หลังฝ่ายปกครองในพื้นที่ ต.ศรีดอนมูล แจ้งต่อทางสำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 ว่าได้มีการบุกรุกผืนป่าบริเวณสร้างสิ่งปลูกสร้างเป็นบริเวณกว้าง  

ต่อมาวันที่ 26 พ.ค.เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันไปตรวจสอบพบว่าภายในมีการสร้างเป็นอาคารต่างๆ และปรับภูมิทัศน์ด้วยการปลูกต้นไม้ดอกไม้ รวมทั้งมีพระพุทธรูปจำนวนมากตั้งอยู่ ขณะที่ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น บ่อน้ำบาดาล ฯลฯ โดยมีการระบุข้อความด้านหน้าว่า "ม่อนดอยช้างงูพระเจ้าพรหมมหาราช"  เมื่อเจ้าหน้าที่นำเครื่องตรวจพิกัดด้วยดาวเทียมปรากฎว่าทั้งหมดอยู่ในแนวป่าเนื้อที่รวม 11 ไร่ 1 งาน 53 ตารางวา แต่ยังไม่พบผู้ใดแสดงความรับผิดชอบในการก่อสร้างสิ่งต่างๆ ดังกล่าว

จากการสอบถามนายเศกสันติ์ กองศรี กำนัน ต.ศรีดอนมูล ทราบว่าผู้ที่เข้าไปก่อสร้างสิ่งต่างๆ ดังกล่าวเป็นพระครูรูปหนึ่งที่มีชื่อเสียงใน อ.แม่สาย ตนดำรงตำแหน่งกำนันตำบลศรีดอนมูล มา 3 ปี และเป็นผู้ใหญ่บ้านแม่มะมาก่อน ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านมาตลอดว่าทางสำนักสงฆ์แห่งนี้ได้มีการบุกรุกป่าและตั้งสถานปฏิบัติธรรม บนม่อนดอยช้างงู  ซึ่งด้านบนของบริเวณดอยช้างงูจะเป็นแหล่งต้นน้ำของหมู่บ้าน ซึ่งตนได้ทำหนังสือสอบถามไปทาง อบต.ศรีดอนมูล ทราบว่าทางสำนักสงฆ์ม่อนดอยช้างงู ไม่ได้ยื่นเอกสารขออนุญาตก่อสร้างกับหน่วยงานแต่อย่างใด

เจ้าหน้าที่จึงพิจารณาแล้วเห็นว่าการเข้าไปยึดครองพื้นที่เพื่อก่อสร้างดังกล่าวเป็นการกระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ ปี 2484 และแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 54 ฐาน "ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือหรือครอบครองเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต" และมาตรา 55 ฐานครอบครองป่าที่ถูกแผ้วถางฯ รวมถึง พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ปี 2507 และแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 14 ฐานยืดถือ ครอบครอง ทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยที่ดิน ก่อสร้าง ทำไม้ หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ยังมีมาตรา 26/4 เป็นการละเว้นการกระทำฯ อันเป็นการทำลายหรือเป็นเหตุให้เกิดการทำลายหรือทำให้สูญหายหรือสเยหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติในเขตป่าสงวนแห่งชาติฯ อีกด้วย

ด้านนายธนชัย จิตนาวณิชย์ ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 เชียงรายกล่าวว่า วัดนี้อยู่ในเขตป่า และกำลังดูขั้นตอนการขออนุญาตกับทางป่าไม้หรือยัง  วันนี้ได้มาจับพิกัดเพื่อไปทำบันทึก ทางกำนันได้ชี้แนวเขต เบื้องต้นนี้น่าจะส่งดำเนินคดีตามกฏหมายก่อน  ถ้าเอกสารและหลักฐานครบก็จะแจ้งดำเนินคดี  ตามพรบ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 54 กับ55  ยึดถือครอบครอง กับมาตราป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 14 แผ้วถางก่อสร้างครอบครองในเขตป่าสงวนแห่งชาติ  ป่าน้ำมะ - สบรวก

ล่าสุด ทางเจ้าพนักงานป่าไม้ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชร.11 (เชียงแสน) ได้เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อผู้กระทำความผิดดังกล่าว โดยมีพยานเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ที่ร่วมกันเข้าตรวจสอบดังกล่าวพร้อมรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องส่งพนักงานสอบสวน สภ.เชียงแสน ดำเนินการตรวจหาผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป