รัฐบาลแผ่นดินไหว เมื่อคะแนนเลือกตั้งเมืองกรุง ฝ่ายค้านกวาด "แลนด์สไลด์"

รัฐบาลแผ่นดินไหว เมื่อคะแนนเลือกตั้งเมืองกรุง ฝ่ายค้านกวาด "แลนด์สไลด์"
S! News (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

รัฐบาลแผ่นดินไหว เมื่อฝ่ายค้านแลนด์สไลด์

หลังผลการนับคะแนนเลือกตั้งผู้ว่า กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานครฯ (ส.ก.) ทำให้เริ่มเห็นความนิยมที่ลดลงของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อเทียบกับคะแนนผู้สมัครผู้ว่า กทม. ที่ประกาศตัวไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ อย่าง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, และ น.ต.ศิธา ทิวารี รวมแล้วกว่า 1.7 ล้านคะแนน ขณะที่อีกฝ่าย ได้แก่ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, สกลธี ภัททิยกุล, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, และ รสนา โตสิตระกูล รวมได้ 778,787 คะแนน ซึ่งน้อยกว่ากัน 1 เท่าตัว

ขณะที่คะแนนการเลือกตั้ง ส.ก. ฝ่ายค้านกวาดเก้าอี้ไปแบบแลนด์สไลด์ ก็ว่าได้ เพราะ พรรคเพื่อไทยได้ 20 เขต, พรรคก้าวไกลได้ 14 เขต, และพรรคไทยสร้างไทยได้ 2 เขต รวม 36 เขต ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ 9 เขต, กลุ่มรักษ์กรุงเทพได้ 3 เขต และพรรคพลังประชารัฐได้ 2 เขต รวม 14 เขต 

รศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยวิเคราะห์ไว้ว่า เสียงของฝ่ายค้านรวม 56% เพิ่มขึ้นมา 4% จากการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ขณะที่คะแนนของพรรคพลังประชารัฐลดลงมาจากการเลือกตั้งปี 2562 จาก 25% เหลือเพียง 11% เท่านั้น และหากดูจากการหาเสียงเลือกกตั้งในโค้งสุดท้ายที่ผู้สมัคร ส.ก. พรรคพลังประชารัฐใช้แท็กไลน์ "มีเรา ไม่มีโกง" แทนที่จะเป็นการชู พล.อ.ประยุทธ์ เหมือนการหาเสียงในช่วงเลือกตั้งปี 2562 หรือแม้แต่ผู้สมัคร ส.ก. ในกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลยังหลีกเลี่ยงการใช้ชื่อ "พล.อ.ประยุทธ์" หาเสียง ก็ยิ่งสะท้อนให้เห็นชัดว่าความนิยมของผู้นำประเทศตอนนี้อาจลดลงไปจากเมื่อก่อนมาก

ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กอย่างมีนัยว่า "ขอแสดงความยินดีกับครอบครัวของเราที่ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งสก.หลายๆเขต และขอขอบคุณพี่น้องชาวกทม. ที่ออกมาใช้สิทธิของตัวเองเพื่อรักษาอนาคตของประเทศไทยครับ" ซึ่งสอดคล้องกับกระแสข่าวในบรรดา ส.ก. ทั้งของฝ่ายค้านและรัฐบาล ก็มีคนที่ ร.อ.ธรรมนัส "ฝากเลี้ยง" ไว้ชนะการเลือกตั้งเข้ามาเป็น ส.ก. อยู่ไม่น้อย

ซึ่งท่าทีของ ร.อ.ธรรมนัส ตอนนี้กลายเป็นเหมือนตัวกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวในรัฐบาล เนื่องจากก่อนหน้านี้ที่กระแสข่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส จะไปร่วมทานข้าวกับพรรคเพื่อไทย และทำให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทยต้องออกมาปฏิเสธและยืนยันว่า ส.ส. ของพรรคเศรษฐกิจไทยยังสนับสนุนรัฐบาล

แต่เมื่อวานนี้ (24 พ.ค. 2565) พล.อ.วิชญ์ ต้องประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค หลังกรรมการบริหารพรรคทั้ง 15 คนลาออกเพื่อกดดัน พร้อมกับวันนี้ (25 พ.ค. 2565) ร.อ.ธรรมนัส ก็ได้ให้สัมภาษณ์ในทำนองว่า ไม่ปฏิเสธหากจะถูกเสนอชื่อให้เป็นหัวหน้าพรรคในการประชุมใหญ่วิสามัญ 7 มิถุนายนนี้ และ ส.ส. ทั้ง 16 เสียงจะพิจารณาลงคะแนนในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 โดยยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก

มองอีกมุมหนึ่ง เมื่อ พล.อ.วิชญ์ ซึ่งเป็นเสมือนตัวแทน พล.อ.ประวิตร ไม่ได้คุมพรรคแล้ว ก็คงจะการันตีไม่ได้ว่า ส.ส. 16 เสียงในพรรคจะสนับสนุนรัฐบาลทุกเรื่อง เหมือนที่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่าต้องดูเป็นกรณีไป ขณะเดียวกัน ส.ส. กลุ่ม 16 ที่เป็นการรวมกลุ่มของพรรคเล็ก ตอนนี้มี 12 เสียง ซึ่งสองกลุ่มนี้ก็จะเป็นตัวแปรให้รัฐบาลต้องคิดหนัก เพราะการลงคะแนนไม่ไว้วางใจ หรือไม่รับร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีอาจมีผลให้รัฐบาลต้องลาออก หรือยุบสภาเลยทีเดียว