"อิมแพค อารีน่า" เปลี่ยนที่ดินเปล่าเป็นสวนกล้วย ชาวเน็ตถามเลี่ยงภาษีที่ดินหรือเปล่า?

"อิมแพค อารีน่า" เปลี่ยนที่ดินเปล่าเป็นสวนกล้วย ชาวเน็ตถามเลี่ยงภาษีที่ดินหรือเปล่า?
S! News (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา เฟซบุ๊ก IMPACT Arena, Exhibition and Convention Center ได้โพสต์ภาพที่ดินกว่า 50 ไร่ จากที่เคยเป็นที่ดินว่างเปล่า ล่าสุดทางอิมแพค อารีน่า ได้นำกล้วยมาปลูก โดยระบุว่าเป็นโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เสริมสภาพแวดล้อมให้เมืองทองธานีน่าอยู่ โดยข้อความระบุว่า

จากวันนั้นจนถึงวันนี้...เข้าสู่ฤดูฝนต้นไม้ใบหญ้าก็เขียวขจี

หลายๆ ท่านที่เดินทางผ่านถนนทางออกติวานนท์คงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ริมทะเลสาบเมืองทองธานี ฝั่งตรงข้ามดับเบิ้ลเลค คอนโดมิเนียม เดิมทีเป็นพื้นที่รกร้าง แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นสวนเกษตรขนาดใหญ่ ปลูกกล้วยกว่า 10,000 ต้น

จากความประสงค์ของซีอีโอ ที่ต้องการนำที่ดินเปล่า 50 ไร่ริมทะเลสาบเมืองทองธานี มาสร้างประโยชน์ทำโครงการเกษตรปลูกต้นกล้วย เพื่อเป็นวัตถุดิบสนับสนุนครัวอิมแพ็คและแบ่งปันช่วยเหลือสังคมในโอกาสต่างๆ รวมถึงการสร้างพื้นที่สีเขียว ส่งเสริมสภาพแวดล้อมให้เมืองทองธานีน่าอยู่

เมื่อปลายปีที่ผ่านมา โครงการสวนเกษตรแห่งนี้จึงเริ่มต้นขึ้น โดยการเกลี่ยหน้าดิน จากนั้นเลือกกล้าพันธุ์กล้วยจาก จ. นครนายก 2 สายพันธุ์ด้วยกัน คือ กล้วยน้ำว้าและกล้วยหอม ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีต้นทุนน้อย ดูแลง่าย โตไว ออกผลผลิตได้เร็ว มาปลูก และทีมอิมแพ็คช่วยกันดูแลรดน้ำ ตัดหญ้า ผ่านมา 4-5 เดือนต้นกล้วยเหล่านั้นเติบโต และไม่นานคงออกหน่อ ออกผล ให้เก็บเกี่ยวผลผลิตจำนวนมากแน่นอน

แต่ผลตอบรับของโพสต์ดังกล่าวกลับตาลปัตร เมื่อชาวเน็ตแห่เข้ามาคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์ว่า การนำกล้วยมาปลูกในที่ดินว่างเปล่า เป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียว หรือจริงๆแล้วเป็นการจงใจเลี่ยงภาษี พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ซึ่งที่ดินแต่ละชนิด จะเสียภาษีแตกต่างกันออกไป ซึ่งหากเป็นที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ จะเสียภาษี 0.3-0.7 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นที่ดินเกษตรกรรม จะเสียภาษีอยู่ที่ 0.01-0.1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ทำให้คนกรุงมักจะพบเห็นว่า ที่ดินว่างเปล่ากลางเมืองหลายที่ มักจะถูกเจ้าของที่ดินเปลี่ยนให้กลายเป็นสวนเกษตร เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีที่ดิน 

ขณะที่ชาวเน็ตอีกด้านก็มองว่า การเลี่ยงภาษีลักษณะนี้ หากไม่ได้ผิดกฎหมายก็ไม่สามารถไปโจมตีเจ้าของที่ดินได้ แต่อาจจะต้องมุ่งเป้าไปที่กฎหมาย ว่าออกมาเป็นธรรมหรือไม่มากกว่า