หนุ่มหัวร้อนปรี่ทุบรถ-ขู่ยิงแสกหน้า เด็กในรถร้องไห้ลั่น ขึ้นโรงพักก็เคลียร์กันไม่ได้

หนุ่มหัวร้อนปรี่ทุบรถ-ขู่ยิงแสกหน้า เด็กในรถร้องไห้ลั่น ขึ้นโรงพักก็เคลียร์กันไม่ได้
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณีโลกออนไลน์มีการเผยแพร่คลิปชายขับรถหัวร้อนลงมาต่อ ว่า ฝ่ายคู่กรณี แบบสาดเสียเทเสียพร้อมทั้งทำท่าขู่จะชักปืนยิงแสกหน้า ทั้งๆที่ฝ่ายตรงข้ามมีเด็กส่งเสียงร้องอยู่ในรถ ด้วยความหวาดกลัว

ล่าสุดเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 21 พฤษภาคม 65 ที่ สภ. เมืองนนทบุรี คู่กรณีทั้งสองฝ่ายเดินทางเข้าพบร้อยตำรวจเอกสุวัฒน์ เสน่หา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อพูดคุยและตกลง ไกล่เกลี่ยกัน แต่ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ทางร้อยตำรวจเอกสุวัฒน์ได้แจ้งข้อกล่าวหากับคนขับรถมิตซูสีดำในข้อหาข่มขู่ก่อนทำการเปรียบเทียบปรับเป็นจำนวนเงิน 500 บาท โดยไม่มีการขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายอดิศักดิ์ คุณารักษ์ อายุ 41 ปีพนักงานประจำลูกจ้างกรมพลาธิการทหารบก จ.นนทบุรี ที่ถูกคู่กรณีข่มขู่ตามในคลิป เปิดเผยว่า เมื่อช่วงบ่ายโมงวันนี้ตนเองขับรถมาทำธุระกับลูกสาววัย 3 ขวบที่บริเวณท่าน้ำนนทบุรี โดยตนขับรถปิคอัพ Toyota รุ่น Revo สีดำ ช่วงเกิดเหตุตนเองได้ถอยรถเพื่อจอดริมฟุตปาธ ระหว่างนั้นได้มีรถเก๋ง SUV แบบ 7 ที่นั่งยี่ห้อ Mitsubishi Pajero สีดำ บีบแตรเสียงดังใส่ตนเอง จากนั้นชายในรถใส่หมวกสะพายกระเป๋า เดินลงมาโวยวายพูดจาข่มขู่ แล้วทำท่าเหมือนจะชักอาวุธปืนและพูดว่า "เดี๋ยวยิงแสกหน้าเลย"

ตอนนั้นลูกสาวตนเองร้องไห้ตกใจกลัว ตนพยายามอธิบายแต่เขาก็ไม่ฟัง จนกระทั่งภรรยาเขาเข้ามาห้ามและพาเขาขึ้นรถออกไป ตนจึงได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี หลังเกิดเหตุ ซึ่งในวันนี้คู่กรณีก็ไม่มีการสำนึกผิดไม่มีการขอโทษ หาว่าตนเองขับรถถอยหลังเข้าช่องด้วยความเร็ว ทำให้เขาตกใจ รถตนมีประกันมีกระจกเสียหายเล็กน้อย ถ้าหากเขาขอโทษตนเองก็ไม่ติดใจ พร้อมปรับความเข้าใจ แต่กับมาหาว่าตนเองเป็นฝ่ายหาเรื่อง

ด้านนายกฤติย์ภัทร อภิวัฒน์วราสิน อายุ 53 ปี หนุ่มหัวร้อนคนขับรถ Mitsubishi อาชีพรับซื้อวัตถุโบราณ เปิดเผยด้วย สีหน้าเรียบเฉยว่าคู่กรณีขับรถถอยเข้าช่องด้วยความรวดเร็ว ตนตกใจเลยลงมาถามเขาว่า ถอยรถแบบนี้ได้อย่างไร ทางคู่กรณีก็ตอบว่าเขารู้ เขามีกล้อง ไม่ต้องตกใจหรอกเรื่องแค่นี้ ตนเองรู้สึกว่าเขาพูดไม่ถูก ภรรยาตนเองลงมาซื้อผ้ายังไม่เสร็จ ตอนนั้นตนโมโหมาก เลยลงมาต่อว่าคู่กรณีจริงตามที่เห็นในคลิป แต่เขาไม่เอาคลิป ตอนที่เขาถอยแบบหวาดเสียวมาลง เอาแต่คลิปตอนที่ตนเองด่าเขามาลง ซึ่งมันไม่ยุติธรรมกับฝ่ายตนเอง ตนเห็นคลิปลงในโซเชียลตนเองจึงรีบเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนทันที และยืนยันว่าไม่ได้เป็นฝ่ายก่อเรื่องก่อนเขาเป็นฝ่ายพูดจาไม่ดีใส่ตนก่อนต่างหาก