"ประยุทธ์ VS ประวิตร" คุณจะเลือกใคร? หากนายกฯ คนต่อไปมีแค่ 2 ทาง

"ประยุทธ์ VS ประวิตร" คุณจะเลือกใคร? หากนายกฯ คนต่อไปมีแค่ 2 ทาง

"ประยุทธ์ VS ประวิตร" คุณจะเลือกใคร? หากนายกฯ คนต่อไปมีแค่ 2 ทาง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

"ประยุทธ์ VS ประวิตร" คุณจะเลือกใคร? หากนายกฯ คนต่อไปมีแค่ 2 ทาง

ท่ามกลางกระแสข่าว "นายกฯ คนนอก" หลัง อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา'35 เสนอให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่บริหารบ้านเมืองล้มเหลว อีกทั้งยังชี้ว่า พล.อ.ประวิตร เท่านั้นที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบรัฐสภา พร้อมทั้งปกป้องไม่ให้เกิดการเช็คบิลย้อนหลังขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ กำลังลงจากเก้าอี้

สอดรับกับกระแสข่าวที่หลุดมาก่อนหน้านี้ว่ามีการเปิดดีลระหว่าง พล.อ.ประวิตร และทักษิณ ชินวัตร จนเกิดเป็นข่าวลือว่าพวกเขาไปพบกันที่ประเทศอังกฤษช่วงสงกรานต์ ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย ก็ไม่ปฏิเสธที่จะเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรค พร้อมทั้งพูดเป็นนัยว่า "ความจริงท่านก็เป็นได้ตลอดเวลา แต่ทุกอย่างอยู่ที่ตัวท่าน" ขณะเดียวกันพรรคพลังประชารัฐที่เคยเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็อยู่ภายใต้การควบคุมของ พล.อ.ประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรคและผู้สยบรอยร้าวจากกลุ่มการเมืองต่างๆ ภายในพรรค

นอกจากงานเก็บกวาดปัญหาในพรรค และในรัฐบาลแล้ว ผลงานที่เด่นชัดของ พล.อ.ประวิตร ตอนเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในรัฐบาล คสช. ยังมี กรณีองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ได้ปลดธงแดงหน้าชื่อประเทศไทยทำให้เป็นที่ยอมรับในมาตรฐานการบิน, การแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย ปลดใบเหลือ IUU และการค้ามนุษย์ และได้เริ่มนโยบายแก้หนี้นอกระบบและคืนโฉนดที่ดินให้ประชาชน จนมาเห็นผลชัดตอนช่วงปี 2562 หลังการเลือกตั้ง แม้หลังปรับ ครม. และถูกรวบอำนาจกลับไปที่นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ก็ยังมีผลงานด้านการแก้ปัญหาน้ำแล้งและน้ำท่วมอยู่บ้าง แต่ไม่โดดเด่นเหมือนตอนที่ยังมีอำนาจหน้าที่ในรัฐบาลอย่างเต็มมือ

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เคยใช้สโลแกน "เลือกความสงบจบที่ลุงตู่" ควบคู่ไปกับนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หาเสียงสร้างความนิยม มาวันนี้มนต์ขลังของทั้งสองแคมเปญเริ่มเสื่อม นโยบายที่เป็นผลงานเด่นเคลมกันได้ทั้งรัฐบาลอย่าง "คนละครึ่ง" ก็กำลังจะเหลือเพียง "คนละเสี้ยว" ทำให้ตัวเองต้องเดินหน้าลงพื้นที่เช็คความนิยมที่สงขลา-พัทลุง แม้ว่าจะเสียขุนพลคู่ใจที่คอยเป็นสายล่อฟ้ารับกระแสดราม่าแทนอย่าง แรมโบ้ เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ บ้านสำรองที่เตรียมไว้สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ หากเกิดการเปลี่ยนแปลงในพลังประชารัฐ ที่ลาออกจากพรรครวมไทยสร้างชาติเพราะปมคลิปฉาว เหลือไว้เพียง ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็ต่างเป็นคนการเมืองที่มักเปิดหน้าปกป้องนายแบบสุดตัว ทำให้เห็นว่าตอนนี้สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ กำลังกังวลก็อาจจะเป็นเรื่องการเมืองก็เป็นได้ เหมือนอย่างที่ ทักษิณ พูดในคลับเฮ้าส์กับกลุ่ม CARE ว่า "แล้วท่านไม่ฟังใครด้วยนะ เลือกฟังแต่คนใกล้ตัว ซึ่งมีคนฉลาดอยู่ไม่กี่คน"

นอกจากนี้ความท้าทายที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเจอหลังจากนี้ ได้แก่ การอภิปรายไม่ไว้วางใจหลังเปิดสมัยการประชุมหลัง 22 พฤษภาคม 2565 และการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 158 วรรค 4 ที่ระบุนายกรัฐมนตรีมีวาระดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วไม่เกิน 8 ปี ไม่ว่าจะเป็นติดต่อกัน หรือเว้นช่วง ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นนายกรัฐมนตรีมาครบ 8 ปีในวันที่ 24 สิงหาคม 2565

หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ไปต่อ ด่านแรกก็คงหนีไม่พ้นการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่ จากบัญชีของพรรคการเมือง ซึ่งคนที่เข้าเกณฑ์และยังมีความเป็นไปได้อาจเหลือเพียง อนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย จากทั้งหมด 6 คนจากพรรคที่มี ส.ส.เกิน 25 เสียง คือ 1.คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 2.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และ 3.ชัยเกษม นิติสิริ จากพรรคเพื่อไทย 4.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พรรคพลังประชารัฐ  และ 5.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งการจะเลือกนายกฯ คนนอกได้ ต้องมาจาก รัฐธรรมนูญมาตรา 272 วรรคสอง เปิดช่องให้ "ยกเว้น" การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีในบัญชีพรรคการเมือง กรณีไม่สามารถรวมเสียงได้ "เกินกว่ากึ่งหนึ่ง" ของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของรัฐสภา และใช้เสียง 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้ง 2 สภา (ส.ส.และส.ว.) นั่นหมายความว่าคนที่คุม ส.ว. ได้ย่อมมีโอกาสเปิดประตูนายกฯ คนนอกได้เช่นกัน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล