เลขาฯกพฐ. ระบุ เขตพื้นที่การศึกษา และ โรงเรียนจะต้องมีแผนการจัดการอัตรากำลัง เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานใ

กรมประชาสัมพันธ์

สนับสนุนเนื้อหา

เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระบุ เขตพื้นที่การศึกษา และ โรงเรียนจะต้องมีแผนการจัดการอัตรากำลัง เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการกำหนดการแต่งตั้งบรรจุครู เพื่อเร่งแก้ปัญหาครูขาด ครูเกิน และครูกระจุกตัว นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการกศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ว่า เรื่องการบริหารบุคคลที่ผ่านมามีประเด็นเรื่องครูกระจุกตัว ครูเกิน บางเเห่งขาดครู ซึ่งการบรรจุยังไม่สอดคล้องตามแผนของโรงเรียน บางแห่งบรรจุในตำแหน่งที่มีครูอยู่แล้ว และเขตพื้นที่เองก็มีการบริหารงานกรอบอัตรากำลังที่ไม่ตรงไปตรงมา มีการบริหารไม่ชัดเจน ซึ่งภาพรวมที่มองเห็นคือยังไม่มีการเตรียมการเท่าที่ควร และจากข้อมูลพบว่าในอีก 5-7 ปีข้างหน้า จะมีครูเกษียณอายุราชการกว่าแสนคน ดังนั้นการควบคุมกรอบอัตรากำลังภาครัฐ เพื่อการกระจายครูในพื้นที่ที่ขาดแคลนหากยังไม่มีประสิทธิภาพ จะก่อให้เกิดปัญหาได้ ทั้งนี้ส่วนกลางเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา จะต้องร่วมกันดำเนินการ โดยส่วนกลางได้มอบให้สำนักงานพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ(สพร.) เป็นผู้จัดเตรียมข้อมูล พร้อมทั้งหารือร่วมกับ คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) และ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(กพ.) รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อศึกษาการบริหารบุคลากรครูเพื่อให้เป็นรูปธรรม ในการเตรียมการอีก 5-7 ปีข้างหน้าด้วย เลขาธิการ กพฐ. กล่าวอีกว่า เขตพื้นที่การศึกษา และ โรงเรียนจะต้องมีแผนการจัดการอัตรากำลัง เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการกำหนดการแต่งตั้ง บรรจุ ซึ่งจะเป็นไปตามแผนมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนอาจนำไปสู่ช่องทางในการหาผลประโยชน์ในการบรรจุอัตรากำลังได้

เรื่องล่าสุดของ ข่าว

ดู ข่าว ทั้งหมด