สภาล่มประเดิมปีใหม่ ท่ามกลางข่าวสะพัด "ธรรมนัส" จ่อพา 20 ส.ส.ทิ้งพลังประชารัฐ

สภาล่มประเดิมปีใหม่ ท่ามกลางข่าวสะพัด "ธรรมนัส" จ่อพา 20 ส.ส.ทิ้งพลังประชารัฐ

คอการเมืองต้องจับตา! สภาล่มประเดิมศักราชใหม่ ท่ามกลางข่าวสะพัด "ธรรมนัส" จ่อพา 20 ส.ส. ทิ้งพรรคพลังประชารัฐ เพราะไม่พอใจที่เจอโยนให้กลายเป็นแพะรับบาปทำพ่ายศึกเลือกตั้งซ่อม ชุมพร-สงขลา

วันนี้ (19 ม.ค.) ที่อาคารสัปปายะสภาสถาน มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการประชุมนัดแรกหลังปีใหม่ที่มีการหยุดประชุมไป 2 สัปดาห์ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม

อย่างไรก็ตาม แม้เมื่อวานนี้จะมีรายงานว่าการประชุมสภาฯ ในวันนี้อาจจะเผชิญกับเหตุการณ์สภาล่ม เพราะองค์ประชุมไม่ครบ เนื่องจาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลหลายคนถูกกักตัว จากการเป็นกลุ่มเสี่ยงใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโควิด แต่ก็สามารถเปิดการประชุมสภาได้ตามปกติ มี ส.ส.ลงชื่อเข้าร่วมประชุม 317 คน จากสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน 473 คน ถือว่าครบองค์ประชุม

ทั้งนี้ ภายหลังจากเริ่มเปิดประชุม มีการอ่านพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ต่อมาจึงมีการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับต่างๆ ตามที่บรรจุไว้ในระเบียบวาระการประชุม โดยเฉพาะที่สำคัญ 2 ฉบับ คือ พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร และพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา

ซึ่งในช่วงที่มีการพิจารณา พ.ร.ก.สารต้องห้ามฯ ส.ส.พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ลุกขึ้นอภิปรายวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่ดำเนินการล่าช้าในการแก้ไขปัญหา จนทำให้ไม่สามารถชักธงชาติไทยในการแข่งขันกีฬาได้ กระทั่งเวลา 16.00 น. ที่ประชุมลงมติเห็นชอบ พ.ร.ก.ดังกล่าว ด้วยคะแนน 230 ต่อ 118 งดออกเสียง 3 ไม่ออกเสียง 2 เสียง

ต่อมา ที่ประชุมเข้าสู่การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ นอกจากนี้ ยังมีหลายพรรคการเมืองเสนอร่วมด้วย ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชาติ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย

จนกระทั่งเมื่อเวลา 16.35 น. ระหว่างที่สมาชิกกำลังอภิปรายประกอบการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กยศ. อยู่นั้น นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม ลุกขึ้นกล่าวว่า กฎหมายนี้เป็นกฎหมายสำคัญ แต่สมาชิกอยู่ในห้องประชุมน้อยมาก ดังนั้นตนขอเสนอนับองค์ประชุม

ทำให้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมในเวลานั้น กดออกเรียกสมาชิกที่อยู่บริเวณด้านนอกเพื่อให้เข้ามาแสดงตนนับองค์ประชุม ซึ่งผลปรากฏว่า มีสมาชิกแสดงตนเพียง 227 คน จากสมาชิกทั้งหมด 473 คน  ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม ทำให้ นายสุชาติ ต้องสั่งปิดประชุมในเวลา 17.42 น.

ข่าวสะพัด "ธรรมนัส" จ่อพา 20 ส.ส. ทิ้ง พปชร.

คล้อยหลังเหตุการณ์สภาล่มประเดิมศักราชใหม่ไปได้ไม่นาน พลันก็มีข่าวแพร่สะพัดปลิวว่อนว่า สถานการณ์ความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐกลับมาปะทุเดือดอีกครั้งหนึ่งแล้ว เพราะแหล่งข่าวในพรรคแกนนำรัฐบาลเปิดเผยว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และ ส.ส.ของพรรคราวๆ 20 คน เตรียมจะแถลงลาออกจาก ส.ส.และสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เพราะไม่พอใจที่แกนนำพรรคในกลุ่มที่ใกล้ชิดกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม วิพากษ์วิจารณ์ว่า ร.อ.ธรรมนัส คือสาเหตุหลักที่ทำให้พ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้งซ่อมที่ จ.ชุมพร เขต 1 และ จ.สงขลา เขต 6

รวมทั้งผู้กองคนดังมองว่าการยกทีมลาออก เพื่อบีบและกดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ จำต้องยุบสภาแล้วจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ เพราะการจะจัดเลือกตั้งซ่อมพร้อมกันทีเดียวร่วม 20 เขต น่าจะเป็นไปได้ยาก ทำให้เหลือทางออกเพียงทางเดียวเท่านั้นคือ ยุบสภา

นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังเปิดเผยเพิ่มเติมอีกด้วยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้เรียกประชุม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐทั้งหมดที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อฯ เพื่อเกลี้ยกล่อมให้ ร.อ.ธรรมนัส อยู่ต่อ อย่าเพิ่งลาออกทิ้งพรรค ซึ่งต้องติดตามหลังจากนี้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร

ความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐรอบล่าสุดนั้น เกิดจากข้อความในแชตไลน์กลุ่มทีมโฆษกวิปรัฐบาล ที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ที่พูดคุยกันและมีการเสนอให้ทำโพลสอบถามประชาชนถึงสาเหตุที่พรรคพลังประชารัฐตกต่ำเพราะอะไร เพราะ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นเลขาธิการพรรค หรือเพราะว่า ร.อ.ธรรมนัส ไม่มีคนยอมรับหรือไม่

ซึ่งหลังจากนั้นมีผู้แคปเจอร์หน้าจอข้อความในแชตไลน์ดังกล่าวมาเผยแพร่ต่อจนกลายเป็นข่าว ซึ่งในเวลาต่อมา นายสุชาติ ยอมรับว่าเป็นผู้พิมพ์ข้อความที่เสนอให้ทำโพลแบบนั้นจริง จนเป็นที่มาที่ทำให้ผู้กองธรรมนัสไม่พอใจเป็นอย่างมาก

เท่านั้นยังไม่พอ แหล่งข่าวให้ข้อมูลว่า ณ ขณะนี้ในไลน์กลุ่ม ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ บรรดาผู้ที่ใกล้ชิด ร.อ.ธรรมนัส ต่างพากันออกจากกลุ่มไลน์เช่นเดียวกัน เนื่องจากไม่พอใจกับท่าทีและการกระทำของนายสุชาติและนายเสกสกล