พบชาวอีสานป่วยมะเร็งเพิ่มสูง-มากสุดอุดรธานี

ผลวิจัยสาธารณสุข 3 จังหวัดอีสาน พบอัตราการป่วยด้วยโรคมะเร็งตับและท่อน้ำดีเพิ่มสูง โดยเฉพาะอุดรธานีป่วยมากเป็นอันดับ 1 เผยสาเหตุจากพฤติกรรมบริโภคของดิบของดอง แนะลด-ละ-เลิก หรือทำให้สุกก่อนทุกครั้ง
นพ.สัญชัย ปิยะพงษ์กุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี พร้อม นพ.สมนึก เตรียมสถิต ผู้อำนวยการศูนย์มะเร็ง จ.อุดรธานี และ นพ.บัญชา ตันชวลิต แพทย์ชำนาญการพิเศษศูนย์มะเร็ง ร่วมแถลงที่โรงแรมเจริญ เทศบาลนครอุดรธานี วันนี้ (27 พ.ย.) ถึงการศึกษาวิจัยร่วมกับสาธารณสุข 3 จังหวัด คือ อุดรธานี ขอนแก่น และหนองบัวลำภู มาเป็นเวลา 1 ปี พบว่าในพื้นที่ภาคอีสานมีผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งมากขึ้น โดยเฉพาะมะเร็งตับและท่อน้ำดี สำหรับจังหวัดอุดรธานีเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับมากเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทย รองลงมาคือ ขอนแก่น และนครพนม ผู้ป่วยที่พบอายุระหว่าง 30-70 ปี เป็นเพศชายมากกว่าหญิง 2-3 เท่า โดยอำเภอที่พบผู้ป่วยมาก คือ อ.หนองหาน พิบูลย์รักษ์ กู่แก้ว และทุ่งฝน
นพ.สัญชัย กล่าวว่า โรคมะเร็งท่อน้ำดียังสัมพันธ์กับโรคพยาธิใบไม้ตับ และสารไนโตรซามีน ซึ่งไนโตรซามีนเป็นสารพิษพบในอาหารหมัก เช่น ปลาร้า ปลาส้ม หมูส้ม แหนม และอาหารพวกเนื้อสัตว์ที่ผสมดินประสิว เช่น กุนเชียง ไส้กรอก เนื้อเค็ม ปลาเค็ม ส่วนโรคพยาธิใบไม้ตับเกิดจากพยาธิใบไม้ตับ ซึ่งเป็นพยาธิที่มีอยู่ในปลาตามหนองบึง เช่น ปลาแม่สะเด้ง ปลาตะเพียนทราย ปลาสร้อยนกเขา ปลาสูตร ฯลฯ ซึ่งพบมากทางภาคอีสาน เมื่อบริโภคปลาร้าดิบที่มีพยาธิชนิดนี้ ตัวอ่อนของพยาธิก็จะเข้าไปเจริญเติบโต และอาศัยอยู่ในตับอย่างถาวร บางตัวอยู่นานถึง 25 ปี
นพ.สัญชัย กล่าวว่า เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง ขอให้หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเหล่านั้น หรือปรุงให้สุกก่อนนำไปรับประทาน และนำอาหารที่มีปลาร้าเป็นส่วนประกอบปรุงให้สุกก่อนรับประทานทุกครั้ง เป็นการป้องกันดีที่สุด ซึ่งยอมรับว่าการเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคนั้น ต้องใช้เวลาพอสมควรในการสร้างความเข้าใจ แต่ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันรณรงค์อย่างจริงจัง และขอแนะผู้มีอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือกลุ่มเสี่ยงควรตรวจเลือดหาสารก่อมะเร็ง เพื่อป้องกันและรักษาตั้งแต่เริ่มต้น
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

