ศบค.เผยไทยพบโอมิครอนแล้ว 104 ราย ยันไม่ได้ปิดประเทศ แค่เข้มมาตรการ

"ศบค.-อนุทิน" ยืนยันขณะนี้ไทยมีผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนแล้ว 104 ราย ย้ำไม่ได้ปิดประเทศ เพียงแค่ปรับเพิ่มมาตรการให้เข้มข้นขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากโอมิครอน
วันนี้ (22 ธ.ค.) พญ.สุมณี วัชรสินธุ์ ผอ.สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โควิดประจำวันว่า การระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนทั่วโลกแพร่กระจายไปแล้ว 95 ประเทศ ซึ่งตัวเลขผู้ติดเชื้อโอมิครอนในประเทศไทยอยู่ที่ 104 ราย โดยอยู่ในระบบการรักษา และบางส่วนได้รับการรักษาจนหายดีและออกจากโรงพยาบาลแล้ว
ทั้งนี้ จากมติของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เมื่อวานนี้ เกี่ยวกับเรื่องการรับนักเดินทางเข้าราชอาณาจักรในช่วงที่มีการระบาดของโอมิครอน ซึ่งกลุ่มแรกที่จะเข้ามาตั้งแต่วันนี้ (22 ธ.ค.) เป็นต้นไป จะงดรับการลงทะเบียน Thailand Pass ในการเข้าประเทศแบบ Test & Go และ Sandbox
โดยยังอนุญาตให้เข้าได้แบบที่ต้องมีการกักตัวเท่านั้น และการเข้า Sandbox สามารถเข้าได้ที่ภูเก็ตแซนด์บอกซ์เท่านั้น กลุ่มที่สอง คือ กลุ่มที่ลงทะเบียนเพื่อเข้ามาในประเทศก่อนหน้านี้ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศโดยกรมการกงสุลรายงานจำนวนอีก 200,000 คน ซึ่งยังสามารถเข้ามาได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้เดิม แต่ที่ประชุมเมื่อวานนี้มีมติว่าคนกลุ่มนี้เมื่อเข้ามายังประเทศไทยแล้วต้องมีการปรับเพิ่มมาตรการเพื่อความปลอดภัย
โดยมาตรการที่เพิ่มขึ้น คือ เมื่อมาถึงประเทศไทยแล้วและผลตรวจแบบ RT-PCR เป็นลบ สามารถเดินทางต่อได้โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไข คือ ต้องสามารถติดตามตัวได้ตลอดเวลาเพื่อติดตามอาการและต้องแจ้งได้ด้วยว่าอยู่ที่ใด โดยเน้นย้ำว่าต้องมีการติดตั้งแอปพลิเคชัน "หมอชนะ" ทุกคน และที่สำคัญ คือ ต้องกลับมาตรวจ RT-PCR ซ้ำในวันที่ 5 หรือวันที่ 6 ก่อนจะครบ 7 วัน ซึ่งมาตรการดังกล่าวทาง ศบค.จะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและจะมีการปรับมาตรการหรือไม่อย่างไรนั้น จะมีการประเมินสถานการณ์และพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 4 ม.ค. 65
นอกจากนี้ ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก มีการเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงนักเดินทางให้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ได้วางไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนการปรับมาตรการสำหรับคนไทยในช่วงนี้ คือ เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานรัฐห้ามลาไปต่างประเทศยกเว้นมีเหตุจำเป็น คนไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศให้พิจารณาชะลอหรือยกเลิกการเดินทางที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะการเดินทางไปในประเทศทางยุโรป สหรัฐอเมริกา และตะวันออกกลาง ที่มีการแพร่ระบาดของโอมิครอนจำนวนมาก ขอให้มีการตรวจ ATK ในทุกช่องทางก่อนเดินทางโดยเฉพาะการเดินทางที่ใช้เวลานานและมีคนแออัด รวมถึงเน้นย้ำมาตรการจัดกิจกรรมช่วงเทศกาลปีใหม่ทั้งมาตรการเดินทางกลับภูมิลำเนาและมาตรการในการกลับเข้าที่ทำงาน คือ ตรวจ ATK ก่อนกลับบ้าน และตรวจเมื่อกลับมาทำงานเพื่อความปลอดภัยของครอบครัวและในที่ทำงาน
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้มีการพูดคุยกันว่าหลังจากเทศกาลปีใหม่จะขอความร่วมมือให้หน่วยงานภาครัฐอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ Work from Home ให้ได้มากที่สุดในช่วงแรกหลังจากกลับมาจากหยุดเทศกาลปีใหม่ เพื่อจะจำกัดการแพร่ระบาดของเชื้อ
“อนุทิน” ยืนยันผู้ป่วยติดเชื้อโอมิครอนแล้ว 104 ราย ข้อมูลชี้อาการไม่รุนแรงกว่าเดลตา แต่แพร่ระบาดเร็วกว่า
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงความคืบหน้าของผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนในประเทศไทย ว่า ขณะนี้พบผู้ติดเชื้อที่เข้าข่ายสายพันธุ์โอมิครอน รวมทั้งสิ้น 104 ราย จำนวนนี้ยืนยันผลชัดเจนแล้ว 27 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามผู้สัมผัสทั้งหมด โดยมี 1 ครอบครัวที่เดินทางจาก จ.กาฬสินธุ์ ไป จ.อุดรธานี ก่อนกลับเข้ามากรุงเทพฯ ภายหลังกลับมาจากต่างประเทศ ซึ่งมีการตรวจช่วงแรกที่เข้าประเทศไม่พบเชื้อ แต่เมื่อตรวจซ้ำแล้วพบเชื้อจึงติดตามตัว โดยมั่นใจว่าจะไม่เป็นคลัสเตอร์ใหญ่เพราะรู้เส้นทาง
ทั้งนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า ทางการแพทย์ให้ข้อมูลเบื้องต้นว่าเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน กับ เดลตา อาการไม่ได้รุนแรงกว่ากัน แต่ความสามารถในการแพร่กระจายเชื้อเร็วกว่า จึงต้องพิจารณาเพิ่มเติมว่าการแพร่กระจายที่รวดเร็วในฝั่งยุโรปกับฝั่งประเทศไทยจะแตกต่างกันหรือไม่ เนื่องจากไทยมีมาตรการที่เข้มข้นในการดำรงชีวิตประจำวัน เพราะไทยมี DMHT กว่า 90% รวมถึงการรับวัคซีนภายในประเทศ มาตรการในการเข้าประเทศของไทยมีความเข้มข้นกว่าต่างประเทศ โดยย้ำว่าหากยังไม่มีการพิสูจน์ทางการแพทย์ว่าอาการจะตอบสนองอย่างรุนแรงกว่าสายพันธุ์อื่น ก็จะใช้มาตรการเฝ้าระวังต่อไป และที่สำคัญการฉีดวัคซีนเข็ม 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันก็จะเป็นการป้องกันได้ดี
อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่า โรงพยาบาลที่รับรักษาผู้ป่วยมียาเพียงพอ ยาเราผลิตเอง อีกทั้งวัคซีนก็มีเพียงพอ ประกอบกับใช้มาตรการ DMHT จากนี้คงต้องขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้เข้มข้นในการใช้ระบบ COVID Free Setting เพราะรัฐบาลไม่ได้มีคำสั่งให้ปิดกิจการ และหากจังหวัดใดจัดการโดยไม่สามารถควบคุมประชาชนตามมาตรการที่รัฐกำหนดได้ ก็ต้องถือว่าบกพร่องและมีความผิดตามกฎหมาย รวมถึงผู้ที่อนุญาตให้จัดก็ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย ซึ่งประชาชนก็ต้องให้ความร่วมมือ หากทำได้แบบนี้โอกาสในการลดความเสี่ยงก็จะเกิดขึ้นได้ในระดับหนึ่ง
นายอนุทิน ระบุว่า ประสบการณ์ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการไม่รุนแรง โดยใช้ระบบ Home Isolation หรือ Community Isolation เป็นสิ่งที่ได้ผล ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขกำลังเดินหน้าเรื่องนี้ในการรับมือ หากเจ็บป่วยปานกลางหลังจากนี้ก็จะใช้โรงพยาบาลสนาม ส่วนโรงพยาบาลก็จะไว้รองรับผู้ป่วยหนัก
ดังนั้นเชื่อว่าจะสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้ ดูแลประชาชนได้เพียงพอ ประกอบกับส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนเพียงพอ ก็จะลดการเจ็บป่วยที่หนักได้ ขออย่ากังวลจนเกินไป หากเรายังคงใช้มาตรการรักษาระยะห่างอย่างเข้มข้น ก็จะลดอัตราเสี่ยงการติดเชื้อได้มากอยู่แล้ว
เร่งตำรวจตามตัวชาวอิสราเอลหลบหนีจากสถานกักตัว ย้ำไม่ใช่ปิดประเทศ
นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังกล่าวถึงกรณีนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลที่หลบหนีจากสถานกักกันตัว ว่า ตำรวจได้ติดตามอยู่แล้ว หากเจอตัวก็ต้องรีบรักษาก่อน จากนั้นจึงดำเนินการทางกฎหมายและเนรเทศออกจากประเทศ ขอให้ความมั่นใจว่ากระทรวงสาธารณสุขมีมาตรการควบคุมคัดกรองนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามา ซึ่งในส่วนของนักท่องเที่ยวที่ลงทะเบียนผ่าน Thailand Pass กว่า 9 หมื่นคนก่อนการปิดระบบรับชั่วคราว หากเราไปปรับเปลี่ยนก็จะลำบาก แต่ก็ได้เพิ่มมาตรการที่เข้มข้นกว่าเดิมรวมถึงมีระบบการติดตามตัวด้วย
นายอนุทิน ย้ำถึงมติ ศบค.เมื่อวานนี้ ว่า ไม่ใช่การปิดประเทศ แต่สื่อไปพาดหัวสร้างความสับสน และเกิดความตื่นตระหนกให้ประชาชน ยืนยันเป็นการเพิ่มมาตรการเพื่อลดความเสี่ยงให้เกิดความปลอดภัย จึงฝากสื่อมวลชนให้ฟังและเขียนข่าวดีๆ ในเชิงสร้างสรรค์
รองนายกฯ / รมว.สาธารณสุข ยังเน้นย้ำการจัดงานในช่วงปีใหม่ว่า ต้องปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะหน้ากากอนามัยต้องใส่ตลอดเวลา และถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ฉลองกันเป็นวงขนาดเล็ก และที่สำคัญระมัดระวังเรื่องการใช้ภาชนะ อย่าดื่มแก้วเดียวกัน อย่าทานช้อนเดียวกัน เพราะถือเป็นจุดเสี่ยงที่อันตรายมาก
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

