ย้อนรอยคดี "เสือดำ" อันลือลั่น ของ "เจ้าสัวเปรมชัย" ที่รอนานกว่า 3 ปี

ย้อนรอยคดี "เสือดำ" อันลือลั่น ของ "เจ้าสัวเปรมชัย" ที่รอนานกว่า 3 ปี

ย้อนรอยคดี "เสือดำ" อันลือลั่น ของ "เจ้าสัวเปรมชัย"

ย้อนกลับไปในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2561 คงไม่มีคดีไหนที่จะโด่งดัง สะเทือนไปทั้งวงการ ได้เท่ากับ "คดีเสือดำ" ที่เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จับกุม คณะของ นายเปรมชัย กรรณสูต  ประธานบริหารบริษัท อิตาเลี่ยนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)  ที่เข้าไปลักลอบตั้งแคมป์พักแรมในจุดบริเวณห้วยปะชิ พร้อมยึด อาวุธปืนได้หลายกระบอก พร้อม ซากไก่ฟ้าหลังเทา กับ เนื้อเก้ง และ ซากเสือดำถูกชำแหละเนื้อและหนัง 

คดีนี้ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงเวลาอันรวดเร็ว ภาพของเจ้าสัวเปรมชัยในชุดเสื้อยืด กางเกงขาสั้น นั่งอยู่หน้าแคมป์ที่พัก ถูกส่งต่อเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ พร้อมกระแสสังคมที่ตั้งคำถามกับคดีนี้ว่า เมื่อผู้ต้องหาเป็นบุคคลระดับบิ๊ก จะเชื่อมือกระบวนการยุติธรรมได้มากน้อยเพียงใด และคนผิดจะได้รับโทษอย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่

เปิดกฎหมายห้ามล่าสัตว์ป่าที่เจ้าสัวใหญ่ฝ่าฝืน?

  • ดราม่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ ไหว้สวย

คำถามนี้ยิ่งเด่นชัดขึ้นไปอีก เมื่อมีภาพ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ณ เวลานั้น ที่ออกอาการนอบน้อม โค้งรับไหว้เจ้าสัวเปรมชัย ในห้องสอบสวน จนถูกแชร์ต่อว่อนโลกออนไลน์ ตอกย้ำคำครหาของสังคมที่ว่า แม้จะตกเป็นผู้ต้องหาในคดีสำคัญ แต่เมื่อเป็น นักธุรกิจใหญ่ มหาเศรษฐี ก็จะได้รับการปฏิบัติคนละแบบกับประชาชนทั่วไปหัวหน้าวิเชียร โต้โผสำคัญในการแจ้งความ เจ้าสัวเปรมชัย

  • หัวหน้าวิเชียร โต้โผสำคัญในการแจ้งความ เจ้าสัวเปรมชัย

ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ร้อนแรงของสังคม กระบวนการยุติธรรมก็ดำเนินต่อไป สปอตไลท์ในคดีนี้ฉายไปยัง "หัวหน้าเชียร" วิเชียร ชินวงศ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี ที่เป็นกำลังสำคัญในการแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดคณะของนายเปรมชัยมาตั้งแต่ต้น นอกจากจะคดีล่าสัตว์แล้ว ยังต่อสู้ในคดีการติดสินบนเจ้าพนักงานอีกด้วย

  • เจ้าตัวยัน ไม่ได้ล่าสัตว์ ไปถึงก็หลับ แล้วเข้าป่าไปเฉยๆ

คดีเริ่มต้นกระบวนการไต่สวนในชั้นศาล  โดยฟากของนายเปรมชัยให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เข้าไปล่าสัตว์  ในวันเกิดเหตุ ตนไปถึงเย็นวันเสาร์และได้ไปนอนพัก ตื่นเช้ามาก็เข้าไปทุ่งใหญ่ฯ จนมาถูกจับในเย็นวันเดียวกัน พร้อมโดนกักขัง 2 วัน 2 คืน ไม่สามารถติดต่อใครได้ เพราะถูกยึดโทรศัพท์ หลังจากออกมาก็เจอกับนักข่าวเป็นร้อย 

  • กว่า 3 ปี จากคำพิพากษาศาลชั้นต้น สู่ อุทธรณ์ ถึง ฎีกา

คดีผ่านไปนานกว่า 1 ปี ในที่สุด เดือนมีนาคม 2562 ศาลชั้นต้นก็มีคำพิพากษา จำคุกนายเปรมชัย เป็นเวลา 16 เดือน โดยไม่รอลงอาญา แต่ยกฟ้องในข้อหาร่วมกันเก็บของป่า และข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์เสือดำ ก่อนที่เจ้าตัวจะยื่นหลักทรัพย์ 4 แสนบาท ขอประกันตัวไปสู้คดี

ระหว่างที่คดีล่าสัตว์ยังดำเนินไป เจ้าตัวเปรมชัยก็เจอคดีเล็กคดีน้อยอีกหลากหลายคดี กระทั่งเวลาผ่านพ้นมาถึงเดือนธันวาคม ปี 2562 ศาลอุทธรณ์ก็มีคำสั่ง เพิ่มโทษเป็นจำคุกเป็น 2 ปี 14 เดือน ไม่รอลงอาญา โดยให้เพิ่มข้อหาฐานร่วมกันมีซากสัตว์ป่าครอบครอง คือ เสือดำ ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ด้วย

และล่าสุด เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (8 ธันวาคม 2564) หรือเกือบ 2 ปี นับตั้งแต่มีคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีก็มาถึงที่สุด หลังศาลฎีกามีคำพิพากษายืน ตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ตัดสินจำคุกนายเปรมชัย 2 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช 2 ล้านบาท