รวบแก๊งหลอกคนไทยค้าประเวณีที่ดูไบ เหยื่อบางรายถูกบังคับรับแขกวันละ 7 คน

รวบแก๊งหลอกคนไทยค้าประเวณีที่ดูไบ เหยื่อบางรายถูกบังคับรับแขกวันละ 7 คน
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

รวบขบวนการหลอกคนไทยค้าประเวณีที่ดูไบ ผู้ช่วย ผบ.ตร. คาดโทษ ตำรวจและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับเครือข่าย จะถูกดำเนินคดีทันที ไม่มีข้อยกเว้น

กรณีที่ตำรวจศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.) ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือผ่านโซเชียลมีเดีย ว่ามีคนไทยถูกหลอกลวงและบังคับให้ค้าประเวณีที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จึงประสานร่วมกับหน่วยราชการไทยที่เกี่ยวข้องและทางการดูไบ เข้าให้ความช่วยเหลือพาตัวผู้ร้องกลับประเทศ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ล่าสุด (4 ธ.ค.64) พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. ฐานะ ผอ.ศพดส.ตร. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รอง ผอ.ศพดส.ตร. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวการจับกุม นางวีณา อายุ 40 ปี น.ส.รัตนกร อายุ 44 ปี น.ส.จันทร์จิรา อายุ 33 ปี น.ส.ปภัฏชม อายุ 37 ปี และ น.ส.ปาลิดา อายุ 52 ปี ในข้อหา "สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์" หลังขยายผลจับกุมเครือข่ายหลอกลวงคนไทยไปบังคับค้าประเวณีที่เมืองดูไบ

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า ภายหลังมีผู้ร้องขอความช่วยเหลือ ได้เร่งประสานและสามารถช่วยเหลือผู้เสียหายกลับมาอย่างปลอดภัยจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ยังจับกุม น.ส.รัศมี อายุ 44 ซึ่งเป็นแม่เล้าในเครือข่ายดังกล่าว และถูกหมายแดงจากตำรวจสากล ขณะนี้รับโทษอยู่ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอยู่ระหว่างรอส่งตัวมารับโทษต่อที่ประเทศไทย ซึ่งจากการขยายผลเครือข่ายสามารถจับกุมผู้กระทำผิดเพิ่มได้ 5 คน เป็นผู้หญิงทั้งหมด

จากพฤติการณ์​พบว่าผู้ต้องหาเป็นนายหน้าหลอกลวง ชักชวนให้คนไทยไปทำงานต่างประเทศ โดยอ้างค่าตอบแทนสูง เมื่อเดินทางไปถึง ไม่ได้ทำงานตามที่ตกลงกันไว้แต่ถูกบังคับให้ค้าประเวณี ในรอบปีที่ผ่านมามีคนไทยถูกหลอกลวงในลักษณะนี้ และได้รับการช่วยเหลือกลับมาแล้ว 300 - 400 คน ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกหลอกให้ไปทำงานร้านนวด แต่ถูกบังคับให้ค้าประเวณีต้องรับแขกมากถึง 7 คนต่อวัน

ข้อมูลพบว่า 3 เมืองหลักในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่มักมีคนไทยถูกหลอกไปบังคับค้าประเวณี คือ อัจมาน , ดูไบ และรัฐราสอัลไคมาห์ หลังจากนี้จะเร่งประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือ และหาทางป้องกันต่อไป

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายฝากถึงบุคคลที่ยังกระทำความผิดในลักษณะนี้ ขอให้หยุด มิฉะนั้นจะถูกจับกุมดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้พบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ไม่เกินสัปดาห์นี้ถึงจะรู้ผล และหากมีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องก็จะไม่มีการปกป้องพร้อมดำเนินคดีทันทีไม่มีข้อยกเว้น