แฉแหลก เมียตำรวจยศใหญ่เป็นเจ้ามือหวย แถมเบี้ยวไม่ยอมจ่าย ล่าสุดผู้การฯ เรียกสอบแล้ว

แฉแหลก เมียตำรวจยศใหญ่เป็นเจ้ามือหวย แถมเบี้ยวไม่ยอมจ่าย ล่าสุดผู้การฯ เรียกสอบแล้ว
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณีที่เฟซบุ๊ก "อีซ้อขยี้ข่าว" นำเสนอคลิปภาพการเจรจากันที่บ้านพักแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นการเจรจาทวงเงินค่าหวยใต้ดิน ที่ซื้อกับภรรยาของนายตำรวจยศใหญ่นายหนึ่ง ในจังหวัดบุรีรัมย์ โดยในคลิปมีนายตำรวจเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยเพื่อหาข้อยุติ

ในคลิป ลูกชายของนายตำรวจท้าให้ผู้ที่มาทวงเงิน ไปฟ้องร้องเอาเงินค่าหวยที่ถูกร่วม 7 แสนบาท งวดวันที่ 16 พ.ย. 64 โดยสลากกินแบ่งรัฐบาลออกรางวัลที่ 1 หมายเลข 032761 เลขท้าย 2 ตัวออก 57 โดยกลุ่มที่มาทวงได้นำหลักฐานการซื้อทางไลน์ คือซื้อ 761 = 1,000 X 1,000 ปกติจะจ่ายกันบาทละ 450 บาท คิดเป็นเงิน 450,000 บาท และโต๊ดอีกบาทละ 100 คิดเป็นเงิน 100,000 บาทนอกจากนี้ ยังซื้อเลข 61= 1,000X1,000 ซึ่งเจ้ามือจะจ่ายกันที่บาทละ 70 บาท ถูกขาเดียวคิดเป็นเงิน 70,000 บาท และยังมีญาติฝากซื้อ 61= 500X500 บาทละ 70 บาท ถูกขาเดียวคิดเป็นเงิน 35,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งหมด 655,000 บาท ทำให้โลกออนไลน์ต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดวันนี้ (3 ธ.ค.64) พล.ต.ต.รุทฌธพล เนาวรัตน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.บุรีรัมย์ ได้ออกเผยว่า จากกรณีที่มีคลิปการทวงเงินค่าหวยใต้ดิน แชร์ในโลกออนไลน์ โดยระบุว่าเป็นภรรยาของนายตำรวจใหญ่ท่านหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ เบี้ยวเงินค่าหวยใต้ดินเกือบ 7 แสนบาท จากการตรวจสอบเบื้องต้นแล้วพบว่าผู้ที่ปรากฎในคลิป เป็นภรรยาของ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์จริง ซึ่งก็ได้เรียกรองผู้กำกับการป้องกันปราบปรามนายดังกล่าว เข้ามาสอบถามข้อเท็จจริงที่กองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อให้ได้รายละเอียดข้อเท็จจริงว่าที่ปรากฎในคลิปเป็นลักษณะใด

แต่เท่าที่ทราบเบื้องต้นมีการซื้อขายหวยใต้ดินกันจริง แต่ใครจะเป็นคนซื้อหรือคนขายและมีใครเกี่ยวข้องบ้างนั้น ก็อยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงให้ละเอียดอีกครั้ง แต่หากพบว่าภรรยาของนายตำรวจดังกล่าวมีการขายหวยจริง ก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนคนซื้อก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นกัน

ทั้งนี้หากผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่ารองผู้กำกับการป้องกันปราบปรามนายดังกล่าว เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหวยใต้ดิน ก็ต้องถูกดำเนินการเอาผิดทั้งวินัยและกฎหมายเช่นกัน แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายก่อน เพราะขณะนี้ก็ยังไม่มีใครมาแจ้งความหรือร้องเรียนแต่อย่างใด มีเพียงการเผยแพร่คลิปการทวงเงินในโซเชียลเท่านั้น

ซึ่งตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ก็ได้เน้นย้ำไม่ให้ตำรวจทุกนายเข้าไปเกี่ยวข้องกับอบายมุขหรือสิ่งผิดกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งทางตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ก็ได้กำชับผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวอย่างเคร่งครัด แต่ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นก็ต้องสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย