โจรหื่นกระดูกแข็ง เพิ่งได้ประกันตัว 3 วัน บุกบ้านพยายามอนาจารเด็ก 7 ขวบซ้ำอีกรอบ

โจรหื่นกระดูกแข็ง เพิ่งได้ประกันตัว 3 วัน บุกบ้านพยายามอนาจารเด็ก 7 ขวบซ้ำอีกรอบ
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีก่อนหน้านี้ ได้มีกรณีภัยสังคม ชาวบ้านในชุมชนเดชอุดมพัฒนา อำเภอเมืองนครราชสีมา ล้อมจับ นายเดิมเชียงแสน ปล้องสูงเนิน อายุ 40 ปี ซึ่งมีอาการติดกาว และหลอนยาเสพติด ตระเวนบุกรุกตามบ้านพักของชาวบ้าน ทำอนาจารเด็กกับผู้หญิง และทำร้ายร่างกายเจ้าของบ้าน นอกจากนั้นยังพบประวัติถูกดำเนินคดีลักษณะเดิมๆ มาตั้งแต่ปี 2549 ตระเวนบุกรุกเข้าไปทำอนาจารเด็กและผู้หญิงในบ้านช่วงกลางคืนจนได้ฉายาว่า "กระหัง" ล่าสุดก็เพิ่งพ้นโทษมาได้เพียง 6 เดือน ทำให้ชาวบ้านหวาดผวา พากันไปยื่นคัดค้านการประกันตัวชั่วคราว แต่ต่อมามีหญิง อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นน้องสาวของผู้ต้องหา นำเงินสด 84,000 บาท มายื่นขอประกันตัวออกมา เมื่อวันที่ 24 พ.ย.64

ล่าสุดวานนี้ (27 พฤศจิกายน 2564) ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ได้ตามไปรวบตัวนายเดิมเชียงแสน อีกครั้ง หลังเขาก่อเหตุ บุกรุกเข้าไปในบ้านพักของชาวบ้านย่านชุมชนหลังวัดโคกพรม อำเภอเมืองนครราชสีมา โดยนางมารศรี ไพฑูรย์ อายุ 33 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด เมื่อช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. ของรุ่งเช้าวันที่ 26 พ.ย.64 ขณะผู้ก่อเหตุซึ่งมีลักษณะหลอนยา ย่องเข้าไปในบ้านช่วงกลางคืน

โดยนางมารศรี กล่าวว่า ชายคนดังกล่าวได้เดินวนเวียนไปมาในบ้าน จากนั้นได้ปีนกำแพงหลังบ้านบุกรุกเข้าไปในห้องนอน และขึ้นไปนอนบนเตียงนอนของลูกสาว วัย 7 ขวบ ก่อนที่ลูกสาวจะรู้ตัวตื่นขึ้นมา และปลุกตนเองกับสามี จึงช่วยกันไล่ และพยายามจับตัวแต่ไม่สำเร็จ โดยยังพบว่าในชุมชนเดียวกันมีผู้เสียหายอีกรายเป็นหญิงชาวกัมพูชา ถูกผู้ก่อเหตุบุกเข้าไปที่ห้องเช่าขณะอยู่ตามลำพัง ก่อนที่เธอจะร้องโวยวายขอความช่วยเหลือ สุดท้ายจึงแจ้งตำรวจตามไปรวบตัวเอาไว้ได้

ด้าน พ.ต.อ.กรกฎ โปชยะวณิช ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า ล่าสุดพนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อหาบุกรุกยามวิกาลกับนายเดิมเชียงแสน ปล้องสูงเนิน และเตรียมนำตัวยื่นฝากขังที่ศาลจังหวัดนครราชสีมาในวันนี้ (27 พ.ย.64) พร้อมได้ยื่นขอถอนประกันตัวผู้ต้องหา ซึ่งมีพฤติกรรมก่อเหตุซ้ำซากทำให้ชาวบ้านหวาดผวา โดยล่าสุดศาลอนุมัติถอนประกันตัวชั่วคราว และได้เรียกน้องสาวของนายเดิมเชียงแสน เข้ารายงานตัวเพื่อรับทราบต่อไป