เจ้าหนี้โหดมอบตัว หลังถูกแจ้งจับ ซ้อมลูกหนี้-บังคับให้ดื่มปัสสาวะจนติดโควิด-19

เจ้าหนี้โหดมอบตัว หลังถูกแจ้งจับ ซ้อมลูกหนี้-บังคับให้ดื่มปัสสาวะจนติดโควิด-19
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 25 พ.ย. 64 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ นายเฉลิมศักดิ์ อายุ 42 ปี  เข้ามอบตัวกับ พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ และ พ.ต.อ.นพฤทธิ์ กันทา ผกก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ หลังถูกศาลจังหวัด ออกหมายจับที่ จ.64/2564 ลงวันที่ 20 พ.ย.64 ในข้อหา "ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส โดยการทรมานหรือกระทำทารุณโหดร้าย ข่มขืนใจให้กระทำการใด หรือ จำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวหรือว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้ปราศจากเสรีภาพ ทำให้เสียทรัพย์"

การมอบตัวครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้มีผู้เสียหายเป็นชาย ชื่อ นายเดชาภัทร อายุ 45 ปี ชาว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ได้แชร์คลิปเหตุการณ์ที่ถูกนายเฉลิมศักดิ์ ที่ระบุว่าเป็นเจ้าหนี้เงินกู้ ทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส โดยถูกนายเฉลิมศักดิ์ ใช้ปืนจ่อหัวและทำร้าย บังคับให้ทุบทำลายมือถือ และได้บังคับให้ดื่มปัสสาวะของเจ้าหนี้ จนได้รับบาดเจ็บสาหัสเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ก่อนที่ภรรยาจะเข้าแจ้งความกับตำรวจ

ต่อมา พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรเชียงใหม่ สั่งการให้สืบสวนจับกุมกระทั่งศาลจังหวัดฮอด อนุมัติหมายจับเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 64 กระทั่งวันนี้ผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวซึ่งผู้สื่อข่าวได้พยายามขอสัมภาษณ์นายเฉลิมศักดิ์ ผู้ต้องหา  ที่เดินทางมาพร้อมกับแฟนสาวและทนายความซึ่งผู้ต้องหาปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์

โดยทางทนายความได้กล่าวสั้นๆว่าที่มาวันนี้มามอบตัวและต่อสู้คดีไม่ต้องการแถลงข่าวโต้ตอบใด ซึ่งตลอดการที่มามอบตัวนั้นผู้ต้องหาได้สวมแว่นตากันแดดสีดำ สีหน้านิ่งเฉย เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ภรรยาผู้เสียหายกล่าวอ้างว่าติดโควิด-19 จากการที่กินปัสสาวะของผู้ต้องหานั้น ผู้ต้องหาบอกว่าตัวเขาเอง ตัว ATK สองรอบแล้วไม่ผลเป็นลบ แต่ยอมรับสารภาพในสิ่งที่ได้ทำลงไปจริง แต่สาเหตุของการทำไม่ใช่อย่างที่เป็นข่าวออกไป

ด้าน  พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่าคดีนี้ตำรวจออกสืบสวนสอบสวนจนมีหลักฐานยืนยันว่า นายเฉลิมศักดิ์เป็นผู้กระทำตามข้อหา จึงขออนุมัติหมายจับจากศาลและติดตามจับกุมตัว โดยก่อนหน้านี้ได้เข้าค้นบ้านพักของผู้ต้องหา 4 แห่ง แต่ไม่พบตัว จนผู้ต้องหาเข้ามอบตัวในวันนี้ ซึ่งจากการสอบสวนปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ากระทำเหตุการณ์เหล่านี้จริง แต่สาเหตุที่มีการออกข่าวไปว่าผู้เสียหายเป็นหนี้ และ ผู้ต้องหาเป็นแก๊งเงินกู้ดอกเบี้ยโหด ซึ่งจริงๆไม่ใช่ แต่เป็นเรื่องความแค้นส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับแก๊งเงินกู้ดอกโหดอย่างที่เป็นข่าวออกไป 

อย่างไรก็ตามเมื่อผู้ต้องหามอบตัวแล้วทางตำรวจก็จะนำตัวไปฝากขังไว้ที่โรงพักใกล้ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างรอฝากขังศาล พร้อมกันนี้ก็จะนำโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหามาตรวจสอบตามที่ผู้เสียหายอ้างว่าได้มีการไลฟ์การทำร้ายร่างกายผู้เสียหายเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมด้วย