ธนาคารกรุงไทยร่วมโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ

กรมประชาสัมพันธ์

สนับสนุนเนื้อหา

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม รวมทั้งปลัดกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และผู้บริหารระดับสูงจากธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2552 นางศรีประภา พริ้งพงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ผู้บริหารสายงาน สายงานธุรกิจภาครัฐ บมจ.ธนาคารกรุงไทย กล่าวถึงหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการว่า ต้องเป็นหนี้ที่มีเงินต้นคงค้างไม่เกิน 2 แสนบาทต่อราย และเป็นหนี้ที่เกิดก่อนวันที่ 19 พฤศจิกายน 2552 และต้องไปขึ้นทะเบียนที่ธนาคารออมสินหรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ระหว่างวันที่ 1-30 ธันวาคม 2552 หลังจากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง จะทำการประมวลผล พร้อมส่ข้อมูลไปยังทีมเจรจาหนี้ในแต่ละจังหวัด เพื่อทำการเจรจาประนอมหนี้ในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 2553 แล้วจึงส่งลูกหนี้ไปยังธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ "ลูกหนี้ที่มีหนี้ทั้งนอกระบบและในระบบ ให้ธนาคารที่มีจำนวนหนี้มากที่สุดรับไปดำเนินการ ส่วนลูกหนี้ที่มีเฉพาะหนี้นอกระบบ ให้ธนาคารกรุงไทยดูแลลูกหนี้ที่เป็นข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรดูแลลูกหนี้ที่เป็นเกษตรกร ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยดูแลลูกหนี้ที่มีอาชีพค้าขายและเป็นหนี้เนื่องจากการลงทุนประกอบอาชีพ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยดูแลลูกหนี้ที่มีหนี้บัตรเครดิตและอยู่ใน 9 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสตูล ส่วนที่เหลือให้ธนาคารออมสินรับไปดำเนินการ ซึ่งคาดว่าจะมีลูกค้าที่ธนาคารกรุงไทยต้องดูแลไม่น้อยกว่า 1 แสนราย นางศรีประภา พริ้งพงษ์ เปิดเผยต่อไปว่า ธนาคารกรุงไทยจะให้กู้แบบมีระยะเวลา วงเงินกู้รายละไม่เกิน 2 แสนบาท โดยจะพิจารณาจากความสามารถในการชำระหนี้เป็นสำคัญ ระยะเวลาให้กู้สูงสุดไม่เกิน 8 ปี ผ่อนชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยเป็นรายเดือนๆละเท่าๆกัน หากลูกหนี้สมัครใจชำระหนี้ก่อนกำหนด ธนาคารจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียม สามารถใช้บุคคลค้ำประกันหรือจำนองหลักทรัพย์ โดยกรณีกู้เกิน 1 แสนบาท ใช้ผู้ค้ำประกันได้มากกว่า 1 คน โดยรายได้ของผู้ค้ำประกันรวมกันต้องไม่ต่ำกว่า 10% ของวงเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย กรณีใช้บุคคลค้ำประกัน คิดอัตรา MRR บวก 4 % ต่อปี ปัจจุบันเท่ากับ 10.375% ต่อปี กรณีจำนองหลักทรัพย์ คิดอัตรา MRR บวก 2% ต่อปี ปัจจุบันเท่ากับ 8.375% ต่อปี ทั้งนี้ใน 3 ปีแรกต้องไม่เกิน 12% ต่อปี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ธนาคารชุมชน หมายเลข 0-2208-8385-97 หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ 1551

เรื่องล่าสุดของ ข่าว

ดู ข่าว ทั้งหมด