สั่งทำแผนโละทิ้งอีลิทการ์ด

ขายให้เอกชนใน 3 เดือน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม.ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้เอกชนเข้ามาดำเนินโครงการบัตรสมาชิกพิเศษ หรือบัตรอีลิทการ์ด ของบริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด โดยมอบให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และกระทรวงการคลัง ร่วมกันจัดทำทีโออาร์หรือเงื่อนไขการเปิดประมูลให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน เพื่อเปิดประมูลให้กับเอกชนที่สนใจ ส่วนเอกชนที่จะซื้อโครงการนี้ไปดำเนินการต่อต้องรับไปทั้งหมดทั้งทรัพย์สิน หนี้สิน และความรับผิดทางกฎหมาย โดยสิ่งเดียวที่รัฐบาลยังให้การสนับสนุนคือสิทธิของสมาชิกที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวกจากภาครัฐโดยตรง เช่นการตรวจลงตราคนเข้าเมืองหรือวีซ่า และบริการต่าง ๆ เท่านั้น หากภายใน 3 เดือนแล้วยังไม่มีบริษัทเอกชนรายใดแสดงความสนใจเข้ามา ก็จะใช้แนวทางที่ 2 คือการยกเลิกบริษัทและให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท) เข้าไปดำเนินการดูแลสมาชิกทั้งหมดแทน

ทั้งนี้ครม.เห็นว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่มีปัญหาโดยพื้นฐาน มีผลขาดทุนต่อเนื่องและเงินที่เคยได้มาจากค่าสมาชิกก็เกือบหมด ขณะที่ภาระค่าใช้จ่ายยังมีอย่างต่อเนื่องเพราะสมาชิกยังสามารถใช้สิทธิได้อีกถึง 30 ปี และในเบื้องต้นมีเอกชนหลายรายแสดงความสนใจจะดำเนินธุรกิจนี้แทนรัฐบาล แต่ไม่ทราบว่าหากเห็นรายละเอียดแล้วจะคิดอย่างไร

นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้กล่าวในที่ประชุมว่า โครงการไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นเพราะขาดทุนมาโดยตลอดและเหมือนกับการเล่นแชร์มาโดยตลอดโดยเอาเงินของคนใหม่มาสนับสนุนสมาชิกรายแรก ขณะเดียวกันบริษัทมีเงินเหลือจากการรับค่าสมาชิกอีกเพียง 300 ล้านบาทเศษ แต่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเดือนละ 20-30 ล้านบาท รวมทั้งยังมีค่านายหน้าให้กับตัวแทนจำหน่ายหรือเอเย่นต์อีกจำนวนมาก จึงเห็นควรให้ขายทิ้งให้เอกชนหรือยกเลิกกิจการบริษัทไป โดยยืนยันว่าแม้ว่าครม.จะเห็นชอบให้ขายกิจการให้เอกชน แต่บริษัทไม่ได้หยุดกิจการไปแต่อย่างใด เพราะมีหน้าที่ต้องดูแลสมาชิกให้ดีที่สุด

นายอุดม เมธาธำรงค์ศิริ รักษาการรองผู้ว่าการด้านบริหาร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อดีตรักษาการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด กล่าวแสดงความมั่นใจว่า จะมีเอกชนสนใจเข้ามาดำเนินการแน่นอน เพราะอีลิทการ์ด ยังได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติ โดยเฉพาะเรื่องให้วีซ่าฟรี 5 ปีที่ถือว่าคุ้มค่า โดยที่ผ่านมาเอกชนที่สนใจลงทุน คือ บริษัท การบินกรุงเทพ ผู้ให้บริการสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และมีกระแสข่าวว่าบริษัท คิงเพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นเนล ก็สนใจเช่นกัน.