แม้วโฟนอินเผยเจรจาเขมรช่วยวิศวกร

แม้วโฟนอินเผยเจรจาเขมรช่วยวิศวกร

ติงรัฐบาลอย่ามัวไล่ล่าเหนื่อยฟรี แก้ปัญหาประเทศดีกว่า ยก "โอบามา" ไปเยือนจีนเตือน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต้องบวก สร้างสรรค์ และเข้าใจกันในวงกว้าง

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โฟนอินเมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 17 พ.ย.ทางเว็บไซต์ทักษิณไลฟ์ ตอนหนึ่งกล่าวถึงกรณีวิศวกรไทยที่ถูกกัมพูชาจับกุมว่า ได้เจรจากับทางกัมพูชาว่าขอความเป็นธรรมให้แก่คนที่ถูกจับด้วย แม้ว่าคนที่ถูกจับจะถูกตั้งข้อหาเป็นสายลับข้อมูลการเดินทางของตนก็ตาม แต่ตนเป็นคนให้อภัยคน แต่ไม่อยากให้รัฐบาลนำเรื่องของเพื่อนบ้านมาเกี่ยวโยงกับเรื่องการเมืองในประเทศ ดังนั้นหากมีอะไรที่ตนสามารถช่วยเหลือได้ก็พร้อมจะช่วย

"แทนที่รัฐบาลจะมาไล่ล่าผม มาให้ผมช่วยจะดีกว่า มาไล่ล่าผมได้ประโยชน์อะไร เหนื่อยฟรีครับ ไปแก้ปัญหาประเทศดีกว่า มาส่งหนังสือขอผู้ร้ายข้ามแดน คดีที่กล่าวหาผมไม่ได้เป็นความผิดในประเทศใดๆ เลย เนื้อหาคำพิพากษาส่งไปให้เขาดูมากเท่าไหร่ ก็เท่ากับประจานประเทศไทย เพราะเป็นคำพิพากษาที่แย่มาก ผมปฏิเสธที่จะขึ้น เพราะรู้ว่ามันเอียง ทั่วโลกเขารู้ คุณยิ่งทำยิ่งเสีย ไม่มีประโยชน์ไม่มีประเทศไหนเขาส่งตัวหรอก เสียเวลาเอาเวลาไปช่วยประชาชนเถอะ ไปสกัดยาเสพติดจะดีกว่า หรือพ่อค้ายาเสพติดทำให้พวกท่านได้เป็นรัฐบาล" พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว

ส่วนการที่รัฐบาลไทยเรียกเอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เข้าพบ เพื่อแจ้งกรณี พ.ต.ท.ทักษิณใช้ดูไบเป็นฐานเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวตอบโต้ว่า เรียกทูตยูเออีไปพบทำไม ในเมื่อพาสปอร์ตไทยตนก็ไม่ได้ถือแล้ว เพราะรัฐบาลเรียกคืนไปแล้ว สิ่งที่รัฐบาลทำนั้นเท่ากับขัดกันเอง

อดีตนายกฯ กล่าวว่ากรณีที่กัมพูชาตั้งเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจนั้น ไม่ได้หมายความว่าตนไม่รักชาติ แต่เป็นเพราะชาติไม่ให้ตนทำงาน ไล่ตนไป พาสปอร์ตก็ไม่ให้ถือ วันนี้กัมพูชาให้เกียรติแก่ตน ตนก็ยอมรับเกียรติที่กัมพูชามอบให้ การไปบรรยายเศรษฐกิจนั้น ก็ทำไปเพื่อประโยชน์ของสองประเทศ

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวอีกว่า ประธานาธิบดีสหรัฐ นายบารัก โอบามา เดินทางไปพูดที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน บอกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต้องเป็นความสัมพันธ์ในทางบวก ในทางสร้างสรรค์และเข้าใจกันในวงกว้าง นี่เป็นวิธีคิดของประธานาธิบดีสหรัฐคนนี้ แต่ของเราตรงข้ามกัน เราคิดทางลบ คิดในทางที่ทำลายกัน และมองในทางปฎิปักษ์ นอกจากนี้โอบามายังบอกว่าประเทศหนึ่งประสบผลสำเร็จไม่ใช่ประสบความสำเร็จบนความล้มเหลวของอีกประเทศหนึ่ง ไม่ใช่ถ้าคุณแพ้ผมชนะ ถ้าคุณชนะผมแพ้ สมัยนี้ต้องมีทัศนคติที่กว้าง มีความรู้สึกที่ดีต่อกัน แต่วันนี้กลายเป็นทัศนคติเชิงลบ เชิงทำลายกัน

"โอบามา กับโอบามาร์ค คิดไม่เหมือนกัน หากอยากเป็นอย่างโอบามา ต้องเอาบุคลิก พื้นฐานความคิดเขามาด้วย นักการเมืองเขาดูที่หัวใจว่าคิดอย่างไร สายตาเขายังรู้เลยว่าคิดดีหรือคิดร้าย การเมืองระหว่างประเทศของเราคงต้องคิดอีกรอบว่า ที่เดินมา 1 ปี ทำความเสียหายอย่างไร ผมยังหาไม่เจอว่าทำอะไรถูกบ้าง แม้แต่ประชุมอาเซียน ผู้นำเขายังมาเปิดการประชุมไม่ครบ คงต้องปรับกันเยอะ อย่าผูกขาดความรักชาติฝ่ายเดียวสิครับ อย่าหลงตัวเอง" พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว

ขณะเดียวกันพ.ต.ท.ทักษิณยังประณามคนก่อเหตุยิงระเบิดใส่เวทีพันธมิตร โดยระบุว่าความขัดแย้งทางการเมืองเป็นเรื่องธรรมดา แต่ต้องเคารพความเป็นมนุษย์ ส่วนการดำเนินคดีกับพันธมิตรที่ใช้เวทีโจมตีกล่าวหาตนนั้น กำลังให้ทนายดูว่าจะฟ้องอะไรได้บ้าง ตนหวังเรื่องความปรองดอง แต่ความเป็นธรรมก็ต้องเกิดขึ้นด้วย