ศก.ญี่ปุ่นโตแกร่งสุดในรอบกว่า2ปี

เศรษฐกิจญี่ปุ่นขยายตัวอย่างแข็งแกร่งที่สุดในรอบ 2 ปีในไตรมาสุดท้ายของปีนี้ตรงข้ามกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่วนผู้นำสหรัฐเริ่มภารกิจเยือนจีนระบุ สหรัฐไม่ได้พยายามจำกัดความก้าวหน้าในด้านต่าง ๆ ของจีน แต่ก็ติงเรื่องการค้าต้องมีความสมดุลกันมากกว่านี้ เพื่อผลดีของทั้งสองฝ่าย

รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจเมื่อวันจันทร์ พบว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจทะยานขึ้นแข็งแกร่งที่สุดในรอบมากกว่า 2 ปีในช่วงไตรมาสสุดท้าย สวนทางกับการคาดการณ์ของตลาด และยืดเวลาการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากภาวะถดถอยที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลาย สิบปีไปได้ โดยเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลก โต 2 ไตรมาสติดต่อกัน หลุดพ้นจากภาวะถดถอยที่สาหัสยาวนาน 1 ปี เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการส่งออกที่เพิ่มขึ้น และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก้อนโตของรัฐบาล

รัฐบาลญี่ปุ่น รายงานว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นขยายตัว ร้อยละ 1.2 ในเดือนก.ค.-ก.ย. จากช่วงไตรมาสก่อน คิดเป็นร้อยละ 4.8 ตลอดปี ซึ่งือว่าดีที่สุดตั้งแต่เดือน ม.ค.-มี.ค. 2550 และมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 2 เท่า

ด้านประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐ กล่าวสุนทรพจน์ต่อนักเรียน นักศึกษาจีนในนครเซี่ยงไฮ้ระหว่างปฏิบัติภารกิจเยือนจีนอย่างเป็นทางการในวันแรกเมื่อวันจันทร์ ระบุว่า สหรัฐไม่ได้พยายามจำกัดความเจริญก้าวหน้าของจีน ในทางกลับกัน สหรัฐยอมรับจีนในฐานะสมาชิกประชาคมโลกที่มีความแข็งแกร่ง รุ่งเรือง และประสบความสำเร็จ แต่ชี้ว่าการค้าระหว่าง 2 ประเทศจำต้องมีความสมดุลมากกว่านี้

ผู้นำสหรัฐกล่าวว่า ในสมัยที่รัฐบาลสหรัฐสถาปนาความสัมพันธ์กับจีนในปี 2522 นั้น สองประเทศมีมูลค่าการค้าระหว่างกันเพียงไม่กี่พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ปัจจุบันมีมากกว่า 400,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 13 ล้านล้านบาท และการค้าระหว่างกันสามารถช่วยสร้างงานให้จีน และสหรัฐมากกว่านี้ หากอุปสงค์มีความสมดุลกันยิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่ความมั่งคั่งมากกว่านี้

จีนได้ดุลการค้าสหรัฐมูลค่ามหาศาล ทั้งยังเป็นต่างชาิที่ถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐรายใหญ่ที่สุด ขณะที่สหรัฐขาดดุลการค้าจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.2 ในเดือน ก.ย. ไปอยู่ที่ 22,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 729,300 ล้านบาท เป็นการขาดดุลการค้าสูงสุดนับแต่เดือน พ.ย. 2551

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโอบามา ยังกล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐ และจีนต้องย่างก้าวครั้งสำคัญในการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะประเทศอื่นกำลังรอดูว่า สหรัฐ และจีนจะดำเนินการอย่างไรก่อนที่จะมีการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งสำคัญที่กรุงโคเปนเฮเกน ของเดนมาร์ก ในเดือนหน้า

ขณะเดียวกัน ผู้นำสหรัฐก็ได้ชื่นชมการปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไต้หวัน โดยบอกว่า ไม่จำเป็นที่ต้องเปลี่ยนแปลงนโยบายจีนเดียวของสหรัฐ.