จบด้วยดี ชายเร่ร่อนถูกน้ำร้อนสาดใส่ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวโร่เคลียร์ พร้อมแจงอีกมุม

จบด้วยดี ชายเร่ร่อนถูกน้ำร้อนสาดใส่ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวโร่เคลียร์ พร้อมแจงอีกมุม
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

เพจสายไหมต้องรอดพาชายเร่ร่อนเข้าแจ้งความ ปมถูกสาดน้ำร้อนใส่ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเผยให้กินฟรีมาตลอด 7 ปี แต่วันเกิดเหตุมีท่าทีคุกคาม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (26 ต.ค.) เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ช่วย ส.ส.เขตสายไหม ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พา นายไชยา หรือ ต้อม อายุ 45 ปี คนเร่ร่อน ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการถูกน้ำร้อนลวก เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.สายไหม เพื่อแจ้งความดำเนินคดี หลังจากถูกแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวสาดน้ำร้อน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 ต.ค. ที่ผ่านมา

นายไชยา ผู้เสียหาย เล่าถึงให้ฟังว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเย็น 24 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยตนเดินไปขอก๋วยเตี๋ยวกินที่ร้านก๋วยเตี๋ยวดังกล่าว ตนยอมรับว่า ตนพูดจาไม่ดี เมื่อร้านเค้าถามเอาเลือดไหม ตนเองบอกอยากจะเอาเลือดสาว และที่ตนเดินมาร้านดังกล่าว เพราะหิวข้าวไม่มีเงินซื้อข้าวกิน

ที่ผ่านมาร้านนี้เคยไปขอก๋วยเตี๋ยวกินอยู่หลายครั้ง ทุกครั้งที่ผ่านมาเจ้าของร้านก็ให้กินตลอด เจ้าของร้านยังเคยบอกว่าถ้าไม่มีเงินกินข้าวก็ให้มาขอได้ ความจริงตั้งใจจะแค่แหย่เล่น แต่ยอมรับว่าวันเกิดเหตุมีอาการมึนเมาสุรา แต่ไม่ได้มีการโวยวายแต่อย่างใด เพียงแต่คุยเล่นกับคนงาน

ส่วนคนสาดเป็นคนเจ้าของร้าน ก่อนสาดน้ำเขาถามเราว่าจะเดินออกไปหรือไม่ ถ้าไม่ออกจะเอาน้ำสาด ซึ่งตนนึกว่าเป็นน้ำเย็น แต่พอสาดมาเป็นน้ำร้อน เพราะมาจากกระบวยลวกเส้นก๋วยเตี๋ยว

การมาแจ้งความครั้งนี้ก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะเอาผิดและเรียกร้องอะไรกับเจ้าของร้าน เนื่องจากทางร้านก็เคยให้อาหารกินอยู่เป็นประจำ แต่ด้วยความสนิทสนมเลยไม่คิดว่าการพูดจาไม่ดี จะทำให้ทางเจ้าของร้านไม่พอใจ

ในเวลาต่อมา นางสาวอรอุมา แม่ค้าร้านก๋วยเตี๋ยวได้เดินทางมายัง สน.สายไหม เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวนและแสดงตัวเพื่อรับผิดชอบ โดยระบุกับสื่อมวลชนหลังเข้าพบว่า วันเกิดเหตุขายของอยู่มีลูกค้าเยอะ มากกว่า 10 คน และส่วนมากเป็นลูกค้าผู้หญิง และมีท่าทีมองคุกคามลูกค้า จึงได้ออกปากไล่ให้ไปนั่งที่อื่น

แต่นายไชยาไม่ยอมไป ตนจึงขู่ว่าจะเอาน้ำร้อนสาด จนนายไชยายอมลงไป แต่ก็วนกลับไปมา และเกือบมีปัญหากับลูกน้องในร้าน จนตัวเองต้องเข้าไปเครียร์ แต่นายไชยาเต้นยั่วยุและมีท่าทีเดินมุ่งหน้าเข้ามาหาตน ตนเองที่ถือกระบวยลวกก๋วยเตี๋ยวมาด้วย เลยเอาสาดไป แต่ไม่คิดว่าจะโดนเยอะขนาดนี้

ส่วนตัวให้นายไชยา กินมาตลอด 7 ปี ยอมรับว่ารู้สึกเสียใจ เพราะทุกครั้งก็พูดจารู้เรื่อง ห้ามก็ฟัง ไล่ก็ไป แต่ครั้งนี้นายไชยาพูดจาไม่รู้เรื่องจึงเกิดเรื่องดังกล่าวไป และเมื่อสักครู่ได้เข้าไปพูดคุยกับนายไชยาแล้ว และได้เห็นบาดแผล ก็รู้สึกตกใจ เพราะวันเกิดเหตุหลังสาดก็ไม่ได้เดินกลับมาหา ตนจึงคิดว่าแค่เล็กน้อย และจากการพูดคุยก็เข้าใจกันดี

ทั้งนี้ ต่อจากนี้ก็ยังยินดีที่จะให้กินต่อไป แต่ขอให้มาในสภาพปกติ พูดจารู้เรื่อง และตนเองได้ขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น และพร้อมจะดูแลหากต้องการให้ช่วยเหลือสิ่งใด

ด้าน พ.ต.อ.อำนาจ กาหลง ผู้กำกับการ สน.สายไหม เปิดเผยว่า ได้ดำเนินคดีกับนางสาวอรอุมา ข้อหาทำร้ายร่างกาย ซึ่งพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานรวมทั้งผลการตรวจร่างกายของนายไชยาจากแพทย์ คดีนี้จะดูเจตนาการก่อเหตุเป็นหลัก สามารถปรับผู้ก่อเหตุในชั้นพนักงานสอบสวนได้ ส่วนการดูแลรักษาพยาบาลขึ้นอยู่กับทางคู่กรณีตกลงกัน

ขณะที่ นางสาวกาญจา ชาวบ้านในระแวกที่เกิดเหตุ ระบุว่า รู้จักนายไชยามานาน ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีพฤติกรรมรุนแรง หรือเป็นอันตรายกับคนในชุมชนแต่อย่างใด จึงไม่เห็นด้วยที่เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวทำร้ายร่างกายนายไชยาจนได้รับบาดเจ็บ

ส่วน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ระบุว่า พานายไชยามาเข้าแจ้งความที่ สน.สายไหม ก็เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ไม่มีใครสามารถทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้ตามอำเภอใจ โดยยอมรับว่านายไชยาก็มีส่วนผิด แต่ไม่ควรทำร้ายผู้อื่นเช่นนี้ บ้านเมืองมีกฎหมาย ซึ่งเมื่อเกิดเรื่องทางเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวก็ไม่คิดว่าจะได้รับบาดเจ็บมากขนาดนี้ และรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปเช่นกัน

ด้าน นายนพดล สอนชุ่มเสียง เจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ระบุว่า มีข้อมูลของนายไชยาอยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรง หรือก่อความวุ่นวายแต่อย่างใด แต่เป็นคนติดสุรา ซึ่งจะให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นในการหาสถานที่พักอาศัย และเข้าบำบัดอาการติดสุรา ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับความสมัครใจของเจ้าตัว