ไร้ปาฏิหาริย์ พบร่างหนุ่มโดดสะพานภูมิพล เผยปมสลดติดโควิดทั้งผัวเมีย ทำเงินเก็บหมด

ไร้ปาฏิหาริย์ พบร่างหนุ่มโดดสะพานภูมิพล เผยปมสลดติดโควิดทั้งผัวเมีย ทำเงินเก็บหมด
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

พบแล้ว ร่างหนุ่มวัย 26 ปี กระโดดสะพานภูมิพล กลายเป็นศพลอยอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (20 ต.ค.) เมื่อเวลา 20.00 น. สภ.สำโรงใต้ สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีผู้พบศพชายเสียชีวิตลอยอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหน้าวัดบางหัวเสือ ต.บางหัวเสือ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ โดยคนขับเรือลากจูงได้ใช้เชือกโยงศพเข้าฝั่งที่บริเวณท่าน้ำหน้าวัดบางหัวเสือ

หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและมูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางเข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบริเวณท่าน้ำของวัดดังกล่าวได้พบเรือยนต์ลากจูงชื่อ นาราย 7 จอดลอยลำอยู่ที่ท่าน้ำ โดยมี นายวิษณุ อายุ 40 ปี คนขับเรือลำดังกล่าวยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่

นายวิษณุ เล่าว่า ขณะที่ตนจอดเรือลอยลำอยู่ใต้ทางด่วนกาญจนาบางพลี-สุขสวัสดิ์ ได้รับแจ้งทางวิทยุสื่อสารจากเพื่อนร่วมอาชีพว่าพบศพลอยอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้เคียงใต้สะพานทางด่วนกาญจนาบางพลี สุขสวัสดิ์

ตนจึงได้นำเรือออกไปดู ได้พบศพดังกล่าวลอยคว่ำหน้าอยู่กลางแม่น้ำ จึงได้นำเชือกมาผูกและลากศพเข้ามายังท่าน้ำหน้าวัดบางหัวเสือ ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ   

เจ้าหน้าที่จึงได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำศพดังกล่าวขึ้นมาตรวจสอบด้านบน ได้พบว่าการแต่งตัวของศพดังกล่าวคล้ายกับ นายเจริญโชค อายุ 26 ปี ที่กระโดดลงจากสะพานภูมิพล และจมหายไปในแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อช่วงสายของวันที่ 19 ต.ค. จึงได้โทรแจ้ง น.ส.กัณฐ์มณี อายุ 24 ปี ภรรยาของนายเจริญโชค ให้มาดูและยืนยันว่าศพชายคนดังกล่าวคือนายเจริญโชค สามีของตน  

น.ส.กัณฐ์มณี ได้เล่าว่า ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา ตนและสามีตนติดเชื้อโควิด-19 จึงต้องหยุดงานรักษาตัวที่โรงพยาบาล 14 วัน และกลับมากักตัวที่บ้านอีก 14 วัน เงินที่เคยเก็บไว้ก็เอามาใช้จนหมดในช่วงรักษาตัว และโชคดีที่ลูกวัย 2 ขวบไม่ติดจึงส่งไปให้พ่อสามีเลี้ยง

พอเงินหมดก็ต้องไปหยิบยืมคนอื่นมา จึงทำให้มีปัญหาเรื่องเงิน คาดว่าสามีอาจจะเกิดอาการเครียดเรื่องนี้ จึงตัดสินใจจบชีวิตตนเองด้วยการขี่จักรยานยนต์ขึ้นไปบนสะพานภูมิพลก่อนที่จะกระโดดลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยาและจมหายไป   

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้มอบศพผู้เสียชีวิตให้มูลนิธินำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป