ภาวะโลกร้อนจะส่งผลต่อแม่น้ำแยงซีของจีน

ภาวะโลกร้อนจะส่งผลต่อแม่น้ำแยงซีของจีน
สำนักข่าวไทย อ.ส.ม.ท.

สนับสนุนเนื้อหา

ผลการศึกษาล่าสุด ระบุว่า อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นจะทำให้พื้นที่ลุ่มแม่น้ำแยงซีของจีน เผชิญปัญหาสภาพอากาศเลวร้าย เช่น น้ำท่วม แห้งแล้ง และพายุ ที่อาจเป็นอันตรายต่อเมืองต่าง ๆ อาทิ นครเซี่ยงไฮ้

รายงานที่ทำ ขึ้นร่วมกันระหว่างกองทุนสัตว์ป่าโลก สภาวิทยาศาสตร์จีน และสถาบันวิจัยอื่น ๆ พบว่า ในช่วงอีกไม่กี่ 10 ปีข้างหน้าภาวะโลกร้อนจะทำให้ธารน้ำแข็งในเทือกเขาหิมาลัยละลายมากขึ้น แล้วน้ำจะไหลไปถึงแม่น้าแยงซี ที่มีประชากรอาศัยมากถึง 400 ล้านคน และตัดผ่านตอนกลางของจีน รวมทั้งพื้นที่เกษตรกรรมส่วนใหญ่ของประเทศ ส่งผลให้การเพาะปลูกพืชอาหารแถบลุ่มน้ำแยงซีลดลง ทำให้ระดับน้ำในพื้นที่แถบแนวชายฝั่งเพิ่มสูงขึ้น ทั้งยังจะส่งผลให้เกิดภัยธรรมชาติ เช่น พายุ และความแห้งแล้งเพิ่มขึ้น

รายงาน ระบุว่า ในอีก 50 ปีข้างหน้าอุณหภูมิบริเวณลุ่มน้ำแยงซี จะเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ย 1.5-2 องศาเซลเซียส ซึ่งจะทำให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติบ่อยขึ้น แม้ว่าปกติพื้นที่แถบนี้จะเผชิญภัยธรรมชาติรุนแรงอยู่แล้ว อาทิ น้ำท่วม คลื่นความร้อน และความแห้งแล้งในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา โดยระหว่างปี 2533-2548 มีอุณหภูมิเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้น 1.04 องศาเซลเซียส ขณะเดียวกัน ระดับน้ำทะเลที่นครเซี่ยงไฮ้ เพิ่มสูงขึ้น 11.5 ซม. ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา และจะเพิ่มขึ้นอีก 18 ซม. ภายในปี 2593 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อน้ำอุปโภคบริโภคของเมือง

ปัญหาโลกร้อน ยังจะทำให้การเพาะปลูกพืชบริเวณลุ่มน้ำแยงซี เช่น ข้าวโพด ข้าวสาลีพันธุ์ที่ปลูกในฤดูหนาว และข้าว มีผลผลิตลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะข้าวที่อาจมีปริมาณผลผลิตลดลงมากถึงร้อยละ 9-14 ภายในช่วงสิ้นสุดศตวรรษนี้

การเปิดเผยรายงานฉบับนี้มีขึ้นก่อนที่ถึง การประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กรุงโคเปนเฮเกน ของเดนมาร์กในเดือนหน้า เพื่อหาข้อตกลงใหม่แทนที่พิธีสารเกียวโตที่จะครบเป้าหมายแรกในปี 2555 โดยจีน และสหรัฐ เป็นประเทศผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต้นเหตุของปัญหาโลกร้อนรายใหญ่ที่สุดในโลก

 

เรื่องล่าสุดของหมวด ต่างประเทศ

ดูหมวด ต่างประเทศ ทั้งหมด