ข่าวในพระราชสำนัก ประจำวันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน 2552

กรมประชาสัมพันธ์

สนับสนุนเนื้อหา

วันนี้ เวลา 08.53 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปทรงพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ประจำปีการศึกษา 2551 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เขตบางนา กรุงเทพมหานคร ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราโชวาท ความว่า ตามธรรมดาผู้ได้สำเร็จการศึกษาระดับสูง ย่อมมีความตั้งใจที่จะนำวิชาความรู้ไปใช้ประกอบกิจการงานเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนและส่วนรวม แต่การทำงานให้ประสบผลสำเร็จที่ดีนั้น ยังต้องอาศัยความรู้อื่นๆ นอกเหนือจากความรู้ทางวิชาการด้วย อย่างแรก คือความรู้ ความเข้าใจในพื้นฐานของงาน คือรู้เป้าหมาย ขอบเขต กำลังทุน กำลังบุคคล เครื่องมือหรือวัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่ ตลอดจนกำหนดเวลาที่ต้องกระทำให้แล้วเสร็จ อีกอย่างหนึ่ง คือความรู้ในวิธีการปฏิบัติ คือรู้ขั้นตอนในการดำเนินงาน และระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนความรู้ทางวิชาการนั้น เป็นสิ่งที่จะนำมาใช้ส่งเสริมพื้นฐานและวิธีการ เช่น นำมาปฏิบัติเพื่อให้การใช้ทุน บุคคล และเครื่องมือ มีประสิทธิภาพมากที่สุด หรือนำมาใช้เป็นหลักในการกำหนดแนวทางการดำเนินงานให้เป็นไปโดยถูกต้อง และหากมีปัญหาข้อผิดพลาดเกิดขึ้น ก็ใช้เป็นหลักเทียบเคียงตัดสินว่าควรแก้ไขปรับปรุงในจุดไหนอย่างไร บัณฑิตทุกคนมีความรู้ในหลักวิชาที่ได้เล่าเรียนมาอยู่แล้ว เมื่อออกไปประกอบอาชีพการงาน จึงควรทำความรู้ความเข้าใจในพื้นฐานและวิธีการปฏิบัติงานให้ครบถ้วน จะได้สามารถทำงานให้สำเร็จลุล่วง ให้บังเกิดผลเป็นประโยชน์แก่ตน แก่ส่วนรวมอย่างพร้อมมูล เวลา 13.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ประจำปีการศึกษา 2551 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เขตบางนา กรุงเทพมหานคร ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราโชวาท ความว่า การที่บัณฑิตได้อุตสาหะพยายามเล่าเรียนจนสำเร็จการศึกษา ก็ด้วยทุกคนต่างมุ่งหวังที่จะมีความเจริญก้าวหน้าในชีวิตและกิจการงาน โอกาสนี้ จึงขอกล่าวถึงเรื่องความเจริญให้บัณฑิตทั้งหลายได้พิจารณา พูดถึงความเจริญแล้ว คนโดยมากมักนึกถึงความก้าวหน้ารุ่งเรืองในการสร้างตัวสร้างฐานะ เช่น มีการงานที่มั่นคง มีเกียรติยศชื่อเสียง หรือมีทรัพย์มาก เป็นต้น แต่ยังมีความเจริญอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน นั่นคือ ความเจริญทางจิตใจ ความเจริญทางจิตใจนี้ หมายถึงความมีจิตใจสูง กล่าวคือ มีความตระหนักรู้ในสิ่งถูกสิ่งผิดดีชั่ว และสมบูรณ์พร้อมด้วยคุณธรรม ผู้มีความเจริญทางจิตใจ จึงนับว่ามีปัจจัยสำคัญยิ่ง ในอันที่จะสร้างสรรค์ความสำเร็จและความเจริญที่แท้ในชีวิตและกิจการงาน ตลอดจนสร้างความรุ่งเรืองก้าวหน้าให้แก่สังคมและชาติบ้านเมืองพร้อมทุกส่วน บัณฑิตทั้งหลายเมื่อพิจารณาจนเข้าใจดังนี้แล้ว ก็ควรตั้งใจพยายามพัฒนาจิตใจของตนให้สูงขึ้นจะได้สามารถประพฤติตนปฏิบัติงานให้บรรลุถึงความเจริญที่แท้จริงและยั่งยืนได้ดังประสงค์ เวลา 16.51 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากวังสระปทุม ไปในการพระราชทานเพลิงศพ หม่อมหลวงพำนักเนตร สนิทวงศ์ ณ เมรุวัดมกุฎกษัตริยาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ในวันเดียวกันนี้ เวลา 15.50 น. สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงพระกรุณาโปรดให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จออกแทนพระองค์ ณ วังรื่นฤดี ประทานพระวโรกาสให้คณะบุคคลต่างๆ เฝ้า ตามลำดับดังนี้ - พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก และคณะ เฝ้าถวายเครื่องแบบเต็มยศรักษาพระองค์ประจำ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ พร้อมเครื่องประกอบ แด่สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี - คณะผู้แทนองค์กรสาธารณกุศล และองค์กรในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เฝ้ารับประทานเงินพระราชทานสมทบทุนองค์กรดังกล่าว

เรื่องล่าสุดของหมวด สังคม

ดูหมวด สังคม ทั้งหมด