รับมีล้วงลูกโผตร.

นายกฯยอมรับการเมืองแทรกปัดไม่เกี่ยวใบสั่งม็อบขาใหญ่

มาร์ค ยอมรับ วงการสีกากีถูกการเมืองล้วงลูก แถมยังขัดแย้งกันมาตลอด โวลั่นรัฐบาลกำลังหาช่องทางเข้าไปช่วยคลี่คลายสะสางปัญหา ปัดพัลวันมีใบสั่ง ม็อบขาใหญ่ ฝากตำรวจผ่านนายกฯ อ้างไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ยืนยันปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนหลักเกณฑ์ โปรยยาหอมมั่นใจ เทพเทือก ยังคุมเกมไหว เผยช่วงปลายเดือนพ.ย.นี้ จ่อนัดประชุมก.ต.ช. คัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิทดแทนผู้ที่ลาออกไป

ภายหลังจากการประชุมคณะกรรม การข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เพื่อพิจารณาแต่งตั้งโยกย้าย รอง ผบ.ตร.-ผบช. ต้องล่มอีกครั้งจนต้องเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด เพราะมีการทักท้วงความไม่เหมาะสมของจำนวนคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการตำรวจมากกว่า ก.ตร. นอกจากนี้ยังมีการแฉว่ามีอนุ ก.ตร.บางคนฝากตำรวจด้วย ล่าสุดนายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ คนใกล้ชิด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯได้ออกมาตอบโต้ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ หนึ่งใน ก.ตร.กลับทันควัน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 8 พ.ย. ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเลื่อนการประชุม ก.ตร.ว่า ตนยังไม่ได้พูดคุยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธาน ก.ตร.แต่เท่าที่ฟังข่าวทราบว่าเป็นปัญหาเกี่ยวกับ คณะอนุ กรรมการที่ไปสอบเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง อย่างไรก็ตามก่อนที่ตนจะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นได้ให้นโยบายกับนายสุเทพ ว่า อยากให้เรื่องจบโดยเร็ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกัน เข้าใจว่าคงจะมีการเรียกประชุมโดยเร็ว

ปัญหาการซื้อขายตำแหน่งกับการแต่งตั้งเราต้องแยกกัน เพราะการแต่งตั้งมีกระบวนการและคณะกรรมการคัดเลือกว่าจะเดินหน้าต่อไปได้ ในขณะที่เมื่อการสอบสวนออกมาแล้วมีการพูดถึงความไม่ถูกต้อง และเราไม่ต้องการให้มีการซื้อขายตำแหน่ง ดังนั้นทุกอย่างก็จะต้องเดินหน้าต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมก.ตร.เป็นผู้แต่งตั้งอนุฯ ขึ้นมาสอบสวขายตำแหน่ง แต่วันนี้กลับมาแสดงความสงสัย คณะอนุกรรมการที่ตัวเองตั้งขึ้นมา นายกฯตอบว่า ต้องถามคนที่ตั้งและคนที่แสดงความคิดเห็น บังเอิญตนไม่ได้อยู่ในที่ประชุม ก.ตร.จึงไม่ทราบว่าจะมีปัญหาเรื่องนี้ เพราะนึกว่าจะเป็นเรื่องของการแต่งตั้งโยกย้าย เป็นหลัก เมื่อถามว่า คิดว่านายสุเทพ จะสามารถควบคุมสถานการณ์ให้เรียบร้อยได้หรือไม่ เพราะมีการเรียกประชุมมาหลายครั้งแล้วแต่ไม่ได้ข้อยุติ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องทำให้ได้ และถ้าจะให้ตนดำเนินการอย่างไร เพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้ ตนก็ทำอยู่แล้ว

ต่อข้อถามว่า นายกฯจะไปนั่งเป็น ประธาน ก.ตร.เองเลยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยู่ที่นายสุเทพจะคิดอย่างไร เมื่อถามต่อว่า มีข่าว ม็อบขาใหญ่ พยายามผลักดันคนของตัวเองเข้ามาดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ โดยผ่านทางนายกฯข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวบ่ายเบี่ยงว่า ขาใหญ่ ขาเล็ก ขาสั้น ขายาว เป็นใคร ผมไม่ทราบ แต่ยืนยันว่าผมไม่ได้เข้าไปมีส่วน เกี่ยวข้อง บอกเสมอว่าขอให้มีหลักเกณฑ์และรับฟังข้อมูลให้ครบถ้วน หากคนที่มาตามหลักเกณฑ์ถูกต้องเหมาะสม ผมทำ งานด้วยได้ทั้งนั้น

เมื่อถามว่าปัญหาที่รัฐบาลไม่สามารถแต่งตั้ง ผบ.ตร.และตำแหน่งอื่น ๆ ใน สตช. ได้นั้น สะท้อนให้เห็นอะไร นายกฯ กล่าวว่าสะท้อนให้เห็นว่าองค์กรนี้ถูกการเมืองแทรกแซงและมีความขัดแย้งมาโดยตลอด ซึ่งเรากำลังจะมาคลี่คลาย ส่วนเรื่องการเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) เพื่อคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิที่ลาออกไปนั้น คาดว่าน่าจะนัด หมายกันไว้ประมาณวันที่ 20 พ.ย. ตนจำไม่ได้แน่ชัด

ช่วงเย็นวันเดียวกัน พล.ต.ท.อาจิณ โชติวงศ์ ผบช.ก.ตร.ในฐานะเลขานุการ ก.ตร. ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับมอบหมายจากนายสุเทพ ประธาน ก.ตร.ให้ไปตรวจสอบว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกข้าราชการตำรวจ (บอร์ดกลั่นกรองใหม่) ที่มีก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมอีก 6 ท่านนั้น ผิดระเบียบข้อกฎหมาย ตามพ.ร.บ.ตำรวจ, ระเบียบก.ตร. หรือข้อบังคับการประชุมใดหรือไม่ ขู่ระหว่างการดำเนินการให้เร็วที่สุดยังไม่ทราบว่า นายสุเทพ ให้ระยะเวลา 1 สัปดาห์ขอตรวจสอบอีกครั้ง

เมื่อถามว่า ในที่ประชุม ก.ตร. ครั้ง ที่คัดเลือกบอร์ดกลั่นกรองเพิ่มนั้น ร.ต.อ. ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ และ พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิได้มีการขัดแย้งหรือไม่ พล.ต.ท.อาจิณ ตอบว่า ในที่ประชุมครั้งก่อนนั้น ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 2 ท่านได้ขออนุญาตประธานเพื่อไม่ร่วมประชุมดังกล่าวจึงไม่ได้แสดงความคิดเห็น กระทั่งเมื่อวันที่ 6 พ.ย.ทั้ง 2 ท่านจึงเสนอในที่ประชุมว่าบอร์ดกลั่นกรองที่เพิ่มขึ้นนั้นที่มีเสียงเกินกึ่งหนึ่งอาจไม่ชอบธรรม เรื่องนี้ประธานให้ผมไปตรวจสอบข้อกฎหมายก็ต้องดำเนินการเสนอไป และไม่ต้องการแสดงความคิดเห็นหรือเข้าไปเป็นประเด็นความขัดแย้งใด ๆ

ด้าน สวนดุสิตโพล ม.ราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศที่มีต่อบทบาทในการดำเนินงานของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในประเด็นต่าง ๆ ที่ล้วนแต่เป็นประเด็นร้อนและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จากบุคคลทั่วไป จำนวน 1,652 คน ระหว่างวันที่ 5-7 พ.ย. 52 สำหรับความพึงพอใจของประชาชนต่อบทบาทของนายอภิสิทธิ์ ต่อการแต่งตั้งโยกย้าย ผบ.ตร.และข้าราชการไทย (10 คะแนน ได้ 4.54) และยังพบว่า 51.23% ไม่ค่อยพึงพอใจเพราะยังไม่สามารถหาผู้ที่เหมาะสมเข้าดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.ได้ ส่งผลทำให้กระบวนการสรรหาต่าง ๆ ล่าช้า, 22.18% ไม่พึงพอใจเลย เพราะการโยกย้ายข้าราชการไทยมีทั้งการซื้อตำแหน่งและใช้เส้นสาย นิยมช่วยเหลือพวกพ้องกันเอง.