หนุ่มเปิดใจสุดเจ็บปวด ได้จดหมาย 2 ฉบับ เรียกคนตายจากโควิด ให้ไปฉีดวัคซีนด่วน

หนุ่มเปิดใจสุดเจ็บปวด ได้จดหมาย 2 ฉบับ เรียกคนตายจากโควิด ให้ไปฉีดวัคซีนด่วน
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

หนุ่มวัย 36 ปี เผยความรู้สึก เหมือนถูกซ้ำเติม หลังได้รับจดหมาย 2 ฉบับ จากสสจ.นนท์ เรียกคนตายจากโควิด-19 ให้ไปฉีดวัคซีนด่วน

จากกรณีหนุ่มโพสต์เรื่องราวสุดสะเทือนใจเกี่ยวกับคนในครอบครัว หลังสสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี ส่งจดหมายให้ คุณอา ที่เสียชีวิตจากโควิด-19 ให้ไปฉีดวัคซีนด่วนถึง 2 ฉบับ วอนแม้เป็นเรื่องเล็ก แต่เจ้าหน้าที่ควรตรวจสอบก่อนส่งด้วย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันนี้ (18 ก.ย.) เมื่อเวลา 20.00 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับ นายณัฐพงษ์ โห้เฉื่อย หรือ ต้อง อายุ 36 ปี เจ้าของโพสต์ดังกล่าว โดยเปิดเผยความในใจที่อัดอั้นหลังสูญเสีย น.ส.นิภาพรรณ โห้เฉื่อย อายุ 66 ปี ซึ่งเป็นคุณอา จากการติดเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 64 โดยยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเลย ทั้งๆ ที่รอมานานว่าจะได้ฉีดเหมือนกับคนอื่นๆ แต่พอสิ้นคุณอาก็มีจดหมายด่วนที่สุดมาให้ไปฉีดวัคซีน แบบนี้คนในครอบครัวจะรู้สึกอย่างไร

นายนัฐพงษ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้คนที่บ้านป่วยโควิด-19 ทั้งบ้าน แล้วเข้าโรงพยาบาล เสียชีวิตไป 1 คน เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ปรากฏว่ามีหนังสือฉบับแรกลงนามไว้ว่าวันที่ 19 ส.ค. ให้ไปฉีดวัคซีน โดยจั่วหัวว่าด่วนที่สุด

ซึ่งก่อนหน้านี้คนในครอบครัวพยายามจะลงทะเบียนเพื่อให้รับวัคซีนให้ไวที่สุด แต่วันที่ได้คือวันที่อยู่โรงพยาบาล และเสียชีวิตไปเรียบร้อย พอเสียชีวิตก็ส่งมาให้ไปฉีดวันที่ 28 ส.ค. ตนคิดว่าระบบมันคงยังไม่ได้รันเพราะคนเสียชีวิตและคนป่วยเยอะ ก็ปล่อยผ่านไป

แต่ปรากฏว่าเมื่อวานกลับมาจากที่ทำงาน ที่บ้านนำจดหมายมาให้ดูทุกคนส่ายหัวแล้วไม่พอใจ เพราะว่าตลอดเวลา 1 เดือนที่ผ่านมาสภาพที่บ้านไม่ปกติ เจ็บปวดและเสียใจกับโรคโควิด มาตลอด ต่อมามีจดหมายฉบับที่ 2 เป็นชื่อผู้เสียชีวิตคนเดิมส่งมามีการเซ็นลงนามว่าวันที่ 13 ก.ย. ในจดหมาย Copy มาวาง แต่เปลี่ยนแค่วันที่บอกว่าให้ไปฉีดวัคซีนตามที่แจ้งให้เร็วที่สุด

ตนพูดไม่ถูก คุณอาเสียชีวิตไปประมาณเดือนกว่าแล้ว กลับมีจดหมายแบบนี้ส่งมา ก็เลยมาคิดใหม่ว่าคงพึ่งพาอะไรไม่ได้ต้องพึ่งพาตัวเอง หลังจากได้จดหมายตนย้อนกลับไปคิดถึงวันนั้น ทุกคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กทุกวันนี้ตอนนอนไม่หลับ (น้ำตาซึม) พอมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ตนเลยโพสต์ที่สาธารณะ เพราะว่ามันไม่สมควรจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้

"ถ้ากระทรวงสาธารณสุขใส่ใจนิดนึง เข้าไปดูในทะเบียนราษฎร์ทุกครั้งที่มีการแจ้งตาย โรงพยาบาลเป็นคนออกใบมรณะที่อำเภอ คิดว่าทุกอย่างก็ต้องจบ ปรากฏว่ายังมีจดหมายแบบนี้ส่งมาอยู่ และยังส่งจดหมายฉบับนี้มาเหมือนมาตอกย้ำ เจ้าหน้าที่รัฐควรจะซิงค์ข้อมูลกันเพราะว่ามันไม่ได้ยากเลย คุณไม่ได้เห็นหัวประชาชน"

ทั้งนี้ บางคนอาจจะมองว่าเป็นจดหมายแค่ฉบับเดียว แต่มันเป็นเรื่องของความรู้สึก บางคนไม่เจอกับตัวไม่รู้ พอจะทำใจได้กลับมาเจอจดหมายแบบนี้ อีกเป็นฉบับที่ 2 ตนรู้สึกสิ้นหวังกับประเทศนี้ จากการบริหารวัคซีนของรัฐบาลการดูแลสวัสดิการประชาชน ทุกวันนี้ต้องเยียวยาจิตใจกันเอง