ข้าวเปลือกราคาพุ่ง9พันบาท

นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า หลังจากที่รัฐบาลอนุมัติให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าว ด้วยการเปิดจุดรับซื้อตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้โรงสีเข้ามารับซื้อข้าวจากชาวนา จนทำให้ราคาข้าวเปลือกในตลาดปรับเพิ่มขึ้นถึงตันละ 600-700 บาท ซึ่งเป็นผลดีทำให้ชาวนาไม่ถูกกดราคารับซื้อและได้รับการชดเชยจากการประกันราคาจากรัฐบาล ตามเกณฑ์ราคาอ้างอิงที่ประกาศไว้ โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาตันละ 13,000-15,200 บาท ข้าวเปลือกเจ้า 5% ตันละ 8,500-9,000 บาท ข้าวเปลือกปทุมธานี ตันละ 8,900-9,000 บาท ข้าวเปลือกเหนียวชนิดคละ ตันละ 7,200-7,400 บาท และข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว ตันละ 8,900-9,000 บาท

ราคาข้าวทุกชนิดได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่ตันละไม่กี่ร้อยบาท จนเป็นพันบาท เมื่อเทียบกับราคาเมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา และมั่นใจว่าจากนี้ไปราคาข้าวจะยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะรัฐบาลได้มีหลักประกันให้กับเกษตรกรอีกชั้นหนึ่งนอกเหนือจากโครงการประกันรายได้ คือ พร้อมจะเข้าไปซื้อข้าวทันทีที่ราคาตก ขณะที่แนวโน้มตลาดโลกก็เป็นใจ หลาย ๆ ประเทศผลผลิตได้รับความเสียหาย บางประเทศที่ปลูกข้าว เช่น อินเดีย อาจต้องนำเข้าข้าวก็ได้

นายยรรยงกล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ลงไปกำกับดูแลการขายข้าวของเกษตรกร เพื่อป้องกันไม่ให้เกษตรกรถูกเอาเปรียบในด้านการวัดความชื้น เพราะเป็นช่องว่างให้เกษตรกรถูกเอารัดเอาเปรียบ หากความชื้นเพิ่มขึ้น ก็จะถูกหักราคามากขึ้น ส่วนการเตรียมความพร้อมรับซื้อข้าวเปลือก จนถึงวันที่ 4 พ.ย. ได้เปิดจุดไปแล้วใน 18 จังหวัด มีโรงสีที่เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 44 แห่ง และกำลังอยู่ระหว่างการเปิดรับโรงสีเพื่อเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น

นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้รับรายงานจากทูตพาณิชย์ไทยในต่างประเทศว่า ขณะนี้ ผู้นำเข้าข้าวจากหลายประเทศสนใจนำเข้าข้าวฤดูกาลใหม่ ปีการผลิต 52/53 จากไทยแล้วประมาณ 915,000 ตัน แบ่งเป็นจากฮ่องกง ต้องการข้าวหอมมะลิ 200,000 ตัน สิงคโปร์ ข้าวหอมมะลิใหม่ 200,000 ตัน และจีน 515,000 ตัน เป็นข้าวหอมมะลิใหม่ 215,000 ตัน ข้าวขาวใหม่ 200,000 ตัน และข้าวเหนียว 100,000 ตัน

ด้านนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่เกิดกระแสข่าวว่ามีความขัดแย้งกับกระทรวงพาณิชย์หลังจากไม่อนุญาตให้ขายแป้งมันสำปะหลังจำนวน 2 แสนตัน ที่อยู่ในสต๊อกของรัฐบาลให้กับรัฐ บาลจีนตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอว่า ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหากับพรรคร่วมรัฐบาลแต่อย่างใด แต่เห็นว่าการขายให้กับเอกชนได้ราคาสูงถึงตันละ 8,300 บาท ขณะที่มาขายให้กับรัฐบาลจีนกลับได้เพียง 7,950 บาท จึงไม่ทราบว่าจะตอบคำถามอย่างไร ขณะเดียวกันในเมื่อประเทศจีนเป็นประเทศใหญ่มีความมั่งคั่งก็สามารถที่จะซื้อในราคาสูงตามราคาตลาดได้ และอาจส่งผลถึงการขายในลอตใหม่จึงมอบให้กระทรวงพาณิชย์ไปเจรจาใหม่อีกครั้ง.

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด