ข่าวสั้นรอบโลก

* สหรัฐยังสำคัญ

นายกรัฐมนตรีลี เซียน หลุง ของสิงคโปร์ กล่าวถึงสหรัฐก่อนที่การประชุมสุดยอดความร่วมมือเอเชียแปซิฟิก หรือเอเปก จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้าว่า แม้จีนและอินเดียมีบทบาทโดดเด่นขึ้นมากในเอเชีย แต่ในทางปฏิบัติเขาเชื่อว่าสหรัฐยังเป็นชาติมหาอำนาจที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก และยังคงมีความสำคัญที่ขาดไม่ได้ต่อภูมิภาคนี้ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง ยุทธศาสตร์และความมั่นคง พร้อมกับแสดงความหวังว่าสหรัฐจะมีส่วนร่วมกับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้ประเทศในภูมิภาคนี้ก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

* ไม่น่ารอด

คาดว่า 12 คนน่าจะเสียชีวิตแล้วเมื่อวันอังคารกว่า 24 ชั่วโมง หลังจากเรือไม่ทราบสัญชาติอับปางลงในทะเลที่มีคลื่นลมแรงนอกชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของออสเตรเลียเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้พบศพแล้ว 1 คน และอีก 11 คนยังสูญหายในพื้นที่ห่างไกล จากแผ่นดินใหญ่ของออสเตรเลียถึง 2,700 กิโลเมตร ส่วนผู้รอดชีวิต 27 คน ได้รับความช่วยเหลือจากเรือน้ำมันที่ผ่านในบริเวณดังกล่าวพอดี

* ประธานาธิบดียูเออี

สำนักข่าวดับเบิลยูเอเอ็ม ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี รายงานว่า ชีค คาลิฟา บิน ซาเยด อัล-นาห์ยาน ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดียูเออีเป็นสมัยที่ 2 ในวาระ 5 ปีเมื่อวันอังคาร โดยสภาสูงสุด ซึ่งประกอบด้วยผู้ปกครองของเจ้าชายอาหรับ 7 คนในยูเออี มีมติเลือกชีค คาลิฟา วัย 61 ปี เป็นประธานาธิบดี หลังจากที่รับตำแหน่งนี้ในปี 2547 แทนชีค ซาเยด บิน สุลต่าน อัล-นาห์ยาน ผู้ก่อตั้งยูเออีในปี 2514 ซึ่งเป็นบิดาที่ถึงแก่อสัญกรร/>

* จีนกวาดล้างหนัก

ตำรวจในตะวันตกไกลของจีน เริ่มกวาดล้างกลุ่มก่อการร้ายและตามล่าผู้ต้องสงสัยที่เข้าร่วมในเหตุการณ์จลาจลของชน กลุ่มน้อยในเขตปกครองตนเองซินเจียง เมื่อ 4 เดือนก่อน โดยการดำเนินการกวาดล้างดังกล่าว จะเริ่มต้นในเดือนนี้ไปจนถึงสิ้นปี และจะจู่โจมตรวจทุกซอกทุกมุมในซินเจียง ขณะที่ ตำรวจก็เตรียมพร้อมในระดับสูงเพื่อรับมือกับแผนการของกลุ่มก่อการร้าย มีผู้ถูกจับหลายร้อยคนและ 9 คน ถูกตัดสินประหารชีวิต หลังจากเกิดเหตุจลาจลเมื่อวันที่ 5 ก.ค.

* ขับทูตออสซี-กีวี

นายแฟรงค์ ไบนิมารามา ผู้นำก่อการรัฐประหารและสถาปนาตนเองขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีฟิจิ ได้สั่งขับทูตออสเตรเลียและทูตนิวซีแลนด์ออกนอกประเทศภายในเวลา 24 ชั่วโมง ด้วยข้อหาแทรกแซงการเมืองภายในของฟิจิ นายไบนิมารามา กล่าวต่อไปว่า เขาสั่งขับทูตทั้งสองประเทศ เพราะออสเตรเลีย กับนิวซีแลนด์แทรกแซงระบบยุติธรรมฟิจิ และมีการแจ้งเรื่องนี้ให้ทางการออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์ทราบแล้ว

* ใช้เวลา 100 ปี

นักวิทยาศาสตร์ไต้หวันเปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า แนวปะการังนอกชายฝั่งไต้หวันจะต้องใช้เวลานานถึง 100 ปีกว่าจะฟื้นตัวจากความเสียหายที่เกิดจากพายุไต้ฝุ่นมรกต ซึ่งพัดถล่มไต้หวันเมื่อต้นเดือน ส.ค. และคร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 600 ศพ นายเฉิน เฉาหลุน นักวิจัยแห่งสถาบันอคาเดเมีย ซินิก้า สถาบันวิทยาศาสตร์ในไต้หวันระบุว่า แนวปะการังใกล้กับเกาะออร์คิด ทางตะวันออกเฉียงใต้ของไต้หวันได้รับความเสียหายจากอิทธิพลของไต้ฝุ่นมรกตมากกว่าที่คาดไว้ในเบื้องต้น โดยแนวปะการังน้ำตื้นบางแห่งเสียหเหมือนถูกรถบดถนนแล่นทับ ทำให้ต้องใช้เวลานานนับศตวรรษกว่าจะฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง

* ม้าเหล็กประสานงา

เกิดเหตุรถไฟโดยสารชนกับรถไฟบรรทุกสินค้าในเมืองการาจีของปากีสถาน คร่าชีวิตผู้คนไม่น้อยกว่า 12 ศพ บาดเจ็บกว่า 30 รายเมื่อวันอังคาร เจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟระดับสูงกล่าวว่า เท่าที่ผ่านมาสามารถกู้ศพได้แล้ว 12 ราย และช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ 38 คน อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไป เนื่องจากยังมีศพและคนเจ็บติดค้างอยู่ในโบกี้ โดยอุบัติเหตุนี้เกิดขึ้นที่เขตจูมา โกธ ชานเมืองการาจี เนื่องจากพนักงานขับรถไฟโดยสารเพิกเฉยต่อสัญญาณจราจร ทำให้พุ่งชนกับรถไฟสินค้า

* บุกถิ่นพม่า

ทูตพิเศษ 2 คนของสหรัฐได้เดินทางถึงพม่าแล้วเมื่อวันอังคาร เพื่อหารือกับรัฐบาลทหาร และนางออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้าน นับเป็นการเดินทางเยือนพม่าครั้งแรกในรอบ 14 ปี ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงสหรัฐ โดยทั้งสองได้เดินทางถึงกรุงเนย์ปิดอว์ด้วยเครื่องบินของกองทัพอากาศสหรัฐที่บินจากกรุงเทพฯ ด้านเจ้าหน้าที่พม่าบอกว่า ทูตพิเศษดังกล่าวไม่น่าจะได้รับอนุญาตให้เข้าพบพลเอกอาวุโสตาน ฉ่วย ผู้นำสูงสุดพม่า.