รก.สมศ.ระบุ ศธ.ควรเร่งพัฒนาบุคลากรในสถาบันอาชีวะ เพื่อรองรับการรวมกลุ่มจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา 19

กรมประชาสัมพันธ์

สนับสนุนเนื้อหา

รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา ระบุ กระทรวงศึกษาธิการควรเร่งพัฒนาบุคลากรในสถาบันอาชีวะ เพื่อรองรับการรวมกลุ่มจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา 19 แห่ง พร้อมนำผลประเมินของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาไปประกอบกับการอนุญาตให้เปิดสอนในระดับปริญญาตรี ศาสตราจารย์.ดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) เปิดเผยผลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสองด้านการอาชีวศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน พบว่า สถานศึกษาที่ได้รับการประเมินภายนอกแล้ว 549 แห่ง ส่วนใหญ่ 424 แห่ง มีผลการประเมินอยู่ในระดับดี และมีเพียง 101 แห่ง ที่มีผลการประเมินในระดับดีมาก มีสถานศึกษารอพินิจ 25 แห่ง จำแนกเป็นของรัฐ 14 แห่ง เอกชน 21 แห่ง และสถานศึกษาที่สมศ.ไม่รับรองมาตรฐาน 59 แห่ง โดยในจำนวนนี้ เป็นของรัฐ 27 แห่ง และเอกชน 32 แห่ง และเมื่อพิจารณาถึงจำนวนอาจารย์ผู้สอนพบว่าในปัจจุบันวิทยาลัยในสังกัด สมศ. มีสัดส่วนอาจารย์ที่เป็นลูกจ้างกว่าร้อยละ 50 และเป็นอาจารย์ที่มีวุฒิในระดับปริญญาตรีถึงร้อยละ 73 หรือ 2 ใน 3 ของอาจารย์ทั้งหมด ศาตราจารย์ ดร. สมหวัง กล่าวอีกว่า ดังนั้นในการรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) เพื่อจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา จำนวน 19 แห่งนั้น ควรจะต้องรีบดำเนินการพัฒนาบุคลากร ซึ่งอย่างน้อยผู้ที่จะสอนในระดับปริญญาตรีได้ จะต้องจบปริญญาโทขึ้นไป และควรที่จะมีประสบการณ์ในสถานประกอบการมากพอ และการที่จะอนุมัติให้เปิดสอนถึงระดับปริญญาตรี ควรพิจารณาความพร้อมของอาจารย์และประเภทสาขาวิชา โดยยึดผลการประเมินของสมศ.