ผู้นำศาสนาไม่เอาด้วยบิ๊กจิ๋วชงนครรัฐปัตตานี

วันนี้ (3 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิมุ มะกาเจ ประธานสภาสันติสุขจังหวัดยะลา และอดีตรองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา กล่าวถึง กรณีที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ สนับสนุนให้มีการจัดตั้งนครรัฐปัตตานี ว่า ในคราวที่แล้ว ตนได้เสนอความคิดเห็นต่อกรณีที่ พล.อ.ชวลิต ประกาศจะเดินทางมายังจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า หากประเมินแล้ว มีผลลบหรือบวก เชื่อว่าท่านได้นะไปคิดพอสมควร หากประเมินเห็นว่าได้ผลลบ ท่านไม่ควรจะมา นั้น ในครั้งนี้ท่านได้เปิดแถลงร่วมกับนักการเมืองบางท่าน และผู้สนใจการเมืองบางท่าน ว่า จะจัดตั้งนครรัฐปัตตานี ซึ่งคำนี้สำคัญมากสำหรับคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ตนวิเคราะห์ได้เป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 คือ ชาวบ้านที่กำลังปล่อยข่าวว่า สภาวะต่าง ๆ ในขณะนี้ที่เป็นเงื่อนไขตั้งแต่หลายปีมาแล้ว ปัจจุบันนี้กำลังจะบรรลุเป้าหมาย เพราะเห็นว่า พล.อ.ชวลิต เป็นผู้มาดำเนินการเองด้วย อีกส่วนหนึ่งชาวบ้านตื่นเต้นกับประเด็นของข่าวที่ว่า การตั้งนคร หรือการตั้งรัฐปัตตานี หรือการแยกปัตตานี เป็นการตื่นเต้นสำหรับพวกเขา เพราะสิ่งนี้ถ้าถามลึก ๆ ของคนบางกลุ่ม บางคน เขาก็อยากจะได้อยากจะเป็น นั่นคือกลุ่มที่ 2 แต่ชาวบ้านในกลุ่มที่ 3 นั้น เขาสับสนมากกับคำพูดของท่าน เป็นคำพูดที่คลุมเครือว่า ความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด จะจัดการด้วยวิธีการใด จะสู่ความสงบสุขสันติจริงหรือไม่ ใครจะเป็นผู้ดำเนินการ และดำเนินการอย่างไร จุดนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก ปัจจุบันคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้เขาอยู่ด้วยการเล่าลือ สิ่งที่เล่าลือส่วนใหญ่จะไปทางด้านลบมากกว่า

เพราะฉะนั้นสิ่งที่ได้รับฟังคำเล่าลือ เขาจะนำไปเล่าลือกันต่อไม่จบสิ้น ว่า สิ่งที่พวกเขาทำลงไปนั้นที่ผ่านมานั้น เขาเดินถูกทางแล้ว นั่นคือฝ่ายที่เห็นด้วย กับฝ่ายที่เห็นว่า พวกเขากำลังจะร่วมไปสู่เป้าหมายที่ผู้หลักผู้ใหญ่ของประเทศจะเป็นผู้ร่วมดำเนินการ ทั้งหมดทั้งปวงล้วนแต่เป็นอันตรายกับวิธีที่จะดำเนินการการป้องกัน และการแก้ไข เพราะตรงนี้เราต้องแยกว่า อะไรถูกอะไรผิด อะไรควรไม่ควร คำพูดของผู้หลักผู้ใหญ่เขาถือว่า มีเครดิตสูงพอที่จะนำมาใช้ เพราะฉะนั้นผู้พูดต้องรับผิดชอบในสิ่งที่พูดในสิ่งที่แถลงด้วย.