#นักข่าวสายSanook

ศบค.กังวลผู้ติดเชื้อโควิดพุ่ง ยอมรับ สธ.เสนอเพิ่มมาตรการคุมเข้ม แต่ไม่เรียก "ล็อกดาวน์"

ศบค.กังวลผู้ติดเชื้อโควิดพุ่ง ยอมรับ สธ.เสนอเพิ่มมาตรการคุมเข้ม แต่ไม่เรียก "ล็อกดาวน์"
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ศบค. ยอมรับทุกจังหวัดมีผู้ติดเชื้อ ห่วงการเดินทางข้ามจังหวัดทำเชื้อกระจายมากขึ้น ยืนยันกระทรวงสาธารณสุขเสนอปรับเพิ่มมาตรการเข้มขึ้น แต่ไม่เรียกล็อกดาวน์ รอที่ประชุมสรุปพรุ่งนี้

วันนี้ (8 ก.ค.) แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. กล่าวถึงกรณีมีผู้ป่วยจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล เดินทางข้ามจังหวัดว่า ขณะนี้ทุกจังหวัดมีรายงานผู้ติดเชื้อทุกจังหวัด โดย ศบค. กังวลเรื่องกลุ่มผู้ป่วยที่มีการเดินทางข้ามจังหวัดและมีการติดเชื้อ โดยแบ่งเป็น ภาคเหนือ 12 จังหวัด 276 ราย ภาคกลางและตะวันออก 17 จังหวัด 204 ราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด 841 ราย ภาคใต้ 5 จังหวัด 44 ราย

ซึ่งผู้ที่เดินทางข้ามจังหวัดบางส่วนเดินทางไปในพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นสีเหลือง ที่สามารถไปร้านอาหาร สังสรรค์ พบปะเพื่อนฝูง และอาจมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น จังหวัดในภาคอีสานที่มีผู้ติดเชื้อกว่า 800 ราย ซึ่งสามารถตอบคำถามได้ด้วยตนเองว่าตัวเลขเหล่านี้หากผู้เดินทาง 10-20 คน หากสามารถควบคุมแยกกักในพื้นที่ที่เหมาะสม จะไม่เห็นตัวเลขที่กระจายไปยังชุมชน ครอบครัว และเพื่อนใกล้ชิด

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขมีการหารือด้วยความเป็นห่วงถึงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อที่เพิ่มจำนวนขึ้น จึงได้นำเสนอปรับมาตรการ ทั้งมาตรการสาธารณสุข มาตรการทางสังคม โดยเฉพาะห้ามการเคลื่อนย้ายระหว่างจังหวัด โดยขอความร่วมมือในการ Work from Home ขั้นสูงสุด โดยแพทย์หญิงอภิสมัย ย้ำว่า ไม่ได้มีคำว่าล็อกดาวน์ สิ่งที่สาธารณสุขเสนอวันนี้เป็นเรื่องของการปรับมาตรการ โดยที่จะมีรายละเอียดว่ากิจการหรือกิจกรรมใดทำได้แค่ไหน รวมถึงพื้นที่ไหน จังหวัดไหน ยังไม่ได้มีการสรุป

ซึ่งเป็นข้อสรุปที่ต้องนำเสนอที่ประชุมชุดใหญ่เพื่อพิจารณาและอนุมัติในวันพรุ่งนี้ (9 ก.ค.) ก่อนทิ้งท้ายว่า มาตรการที่จะมีการเสนอ ศบค.ชุดใหญ่ในวันพรุ่งนี้ อาจจะมีข้อจำกัด ข้อติดขัด ประชาชนหลายส่วนเกิดความไม่สะดวก จึงต้องขออภัยประชาชนไว้ด้วย ซึ่งการปรับมาตรการที่เข้มข้นอาจมีความจำเป็น ขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีความอดทนในวันนี้เพื่อจะเอาชนะโควิดให้ได้ในที่สุด

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ ศบค.