เปิดใจ''สาวิตต์ โพธิวิหค''กับมาบตาพุด
ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ เดลินิวส์ จึงขอสะท้อนมุมมองรากเหง้าปัญหาที่กำลังก่อตัวกลายเป็น พายุร้าย ของนักลงทุนที่แท้จริงจาก สาวิตต์ โพธิวิหค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ผู้ก่อกำเนิดโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกหรืออีสเทิร์นซีบอร์ด
ถาม : การพัฒนาพื้นที่ในขณะนั้นจนถึง ขณะนี้เป็นผลดีหรือผลลบต่อประเทศ
ตอบ : ยืนยันว่าที่ผ่านมามีการวางแผนอย่างดีชัดเจนในทุกด้านโดยมีหลักการว่า ทุกฝ่ายต้องอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล ทั้งโรงงานอุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม และชุมชน รวมถึงการทำเกษตรกรรม โดยโครงการนี้ได้ ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2525 หรือกว่า 27 ปีมาแล้ว ในขณะนั้นได้จัดตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมาชื่อสำนักพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก หรืออีสเทิร์นซีบอร์ด อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และมีคณะกรรมการพิเศษมีนายกรัฐมนตรี (พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์) เป็นประธาน มีอำนาจเทียบเท่ากับครม.ทำหน้าที่กำหนดนโยบายวิเคราะห์สถาน การณ์ ติดตามดูแลความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดในทุกด้าน ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรก และเป็นต้นแบบเฉพาะของการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมของเมืองไทยที่คน สิ่งแวดล้อม การเกษตรและอุตสาหกรรมอยู่ร่วมกันได้
ถาม : เมื่อวางรากฐานมาดีแล้วเกิดอะไรขึ้นผลจึงออกมาเป็นเช่นนี้ ?
ตอบ : ในความตั้งใจดีและความปรารถนาดีของทุกฝ่าย โดยผู้บุกเบิกริเริ่มชัดเจนต้องการให้เกิดอะไรขึ้นในเมืองไทย ระดับไหน ทุกฝ่ายอยู่ด้วยกันอย่างยั่งยืน เหมือนกับประชาธิปไตยเช่นกัน !!! ที่มีความตั้งใจดีจนมาถึงปัจจุบันแต่ความตั้งใจดีอาจเปลี่ยนไปไม่เป็นไปตามอย่างที่เราเห็น...ต้องไปดูข้อเท็จจริงไม่ใช่จะว่าใครผิดใครถูก แต่ต้องรับว่าการพัฒนาพื้นที่ในระยะแรกประสบผลสำเร็จมาก ถือว่าเป็นหน้าเป็นตาของจังหวัด ในครั้งแรกสมัยนั้นกำหนดเป้าหมายพื้นที่เพียง 20,000 ไร่ และที่เลือกตรงนั้นเพราะที่ผ่านมาไทยไม่มีท่าเรือออกสู่ทะเล เลยมีแต่ท่าเรือคลองเตยเป็นท่าเรือแม่น้ำ ทำให้เกิดความแออัดในกรุงเทพฯทำให้รัฐบาลสมัยนั้นจึงต้องการกระจายความเจริญออกไปจากกรุงเทพฯ จึงตกลงสร้างท่าเรือน้ำลึก 2 แห่ง คือ ท่าเรือแหลมฉบัง โดยรอบเป็นอุตสาหกรรมเบาเพื่อส่งออก แห่งที่ 2 คือ ที่มาบตาพุด เพื่อสำหรับอุตสาหกรรมหนัก แม้เรื่องนี้จะถกเถียงกันมากแต่ในที่สุดก็ผลักดันออกมาได้เป็นมติครม.ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นโดยองค์กรความร่วมมือแห่งประเทศญี่ปุ่นหรือไจก้า ที่เข้าใจและเห็นว่าเป็นพื้นฐานการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศ
ถาม : ปัจจุบันการขยายพื้นที่อุตสาหกรรมมีมากน้อยเพียงใด
ตอบ : เมื่อย้อนมาดูวันนี้เปลี่ยนแปลงไปมากจากพื้นที่ 20,000 ไร่ กลายเป็นแสน ๆ ไร่ มีหลายนิคมฯเกิดขึ้นมากมาย ขยายอย่างรวดเร็วมาก มีอุตสาหกรรมต่อเนื่องขึ้นมาก เมื่อขยายมากเช่นนั้นก็ทำให้ประชากรย้ายเข้ามาอยู่มากทั้งคนเดิมคนมาใหม่มาชั่วคราวเป็นหลายหมื่นคน ทำให้ผังเมืองเปลี่ยนตลอด เพราะความต้องการใช้ที่ดินเยอะ ทำให้นักธุรกิจ นักอุตสาหกรรม ไปกว้านซื้อที่ดินขอเปลี่ยนผังเมืองจนทำให้เขตชุมชนที่เป็นสีเหลือง หรือแม้แต่เขตกันชนหรือบัฟเฟอร์โซนก็ไม่มีเหลืออยู่เลย พื้นที่ในปัจจุบันกลายเป็นพื้นที่สีม่วงทั้งหมด ขณะที่ในความเป็นจริงประชาชนมีเสียงน้อยมากที่จะเปลี่ยนแปลงผังเมืองได้ และเห็นว่าเรื่องนี้ต้องมาสะสางให้เห็นข้อเท็จจริง เพราะกติกาที่สร้างไว้เปลี่ยนแปลงไป เรื่องนี้ไม่ต้องการโทษใคร แต่หากย้อนกลับไปดูในคำพิพากษาของศาลปกครองกลางที่ให้ประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษ จะเห็นได้ชัดว่าเจ้าหน้าที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ อำนาจการต่อรองของภาคราชการที่ควบคุมกฎหมายเพื่อให้มีความสมดุลหายไป
ถาม : ตามข้อเท็จจริงแล้วพื้นที่สีม่วงเริ่มเต็มตั้งแต่เมื่อใด
ตอบ : เมื่อมาพิจารณาข้อเท็จจริงแล้วทั้งหมดกลายเป็นพื้นที่สีม่วงตั้งแต่ในปี 2546 ในสมัยนั้น ที่มีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี พบว่ามีการยกเลิกคณะกรรมการพิเศษชุดนี้ไป เพราะเห็นว่าเมื่อการพัฒนาพื้นที่เข้าสู่ปกติแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมีคณะกรรมการพิเศษอีก ส่วนราชการใดมีหน้าที่ดูแลอะไรก็ทำตามหน้าที่ของตนเองไปตามกฎหมาย จากจุดนั้นที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่มีใครเห็นภาพรวมที่ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ขณะที่ผังเมืองรวมของมาบตาพุดก็ขาดอายุถึง 5 ปี ตั้งแต่ปี 41-46 ทำให้ไม่สามารถควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินได้ ส่วนกฎกระทรวงบังคับใช้ผังเมืองรวมมาบตาพุดฉบับปัจจุบัน ปี 46 ได้ขยายพื้นที่อุตสาหกรรมอย่างมากจากที่มีสัดส่วนถึง 1 ใน 3 ของพื้นที่ผังเมือง
จนกระทั่งมีประชาชนร้องเรียนมาโดยตลอด ขณะที่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลมาสู่รัฐบาลสมัยของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี เห็นว่ายังมีมาตรการดูแลได้ไม่จำเป็นต้องประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษ เรื่องยาวจนเป็นที่มาที่ทำให้กลุ่มเอ็นจีโอไปฟ้องต่อศาลให้ประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษ เรื่อยมาจนถึงรัฐบาลปัจจุบันที่ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิเศษหรืออีสเทิร์นซีบอร์ด ขึ้นมาอีกครั้งแต่เป็นกรรมการแบบราชการไม่มีอำนาจพิเศษต้องขึ้นอยู่กับครม.
ถาม : ตอนนี้ปัญหาบานปลายไปจนถึงจะมีการฟ้องร้องอีก 500 โครงการทั่วประเทศ
ตอบ : ต้องยอมรับว่ามาตรา 67 แห่งรัฐธรรมนูญ 50 กำลังกลายเป็นความปวดหัวของนักอุตสาหกรรม แต่ต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญประกาศใช้มา 2 ปี แต่มาตรา 67 ยังไม่ได้ประกาศใช้อย่างจริงจัง ขณะเดียวกันในรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดเรื่องกฎหมายลูก ไม่มีกำหนดแผนปฏิบัติการ จึงทำให้คนไม่รู้ทิศทางปฏิบัติไม่มีภาคบังคับมีแต่การตีความใน เชิงกว้างในมุมกลับจะมีผู้ที่ยื่นฟ้องก็บอกว่าต้องหยุดกิจการทั้งหมด
ถาม : จะช่วยเหลือนักลงทุนอย่างไร
ตอบ : ส่วนราชการกำลังอุทธรณ์ในประเด็นที่ทั้ง 76 โครงการไม่ได้เข้าข่ายตามมาตรา 67 ที่ระบุว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ร้ายแรง และคำว่าร้ายแรงหรือไม่นั้นต้องเป็นไปตามที่ศาลระบุอีกครั้ง ขณะที่ ครม.เห็นชอบให้แก้ไข พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อมมาตรา 51 กำหนดหลักเกณฑ์ตามมาตรา 67 ให้เป็นกฎหมายลูกและผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของสภาภายในสมัยการประชุมนี้ เพื่อผลักดันให้ออกมาเป็นกฎหมายโดยเร็วที่สุด เพื่อให้นักอุตสาหกรรม นักธุรกิจ ถือปฏิบัติ
ถาม : ถือว่าเป็นการไถ่บาปหรือไม่เพราะเป็นผู้ริเริ่ม
ตอบ : ขอตอบว่าไม่ใช่เลย ผมไม่ได้ไถ่บาปอะไรเพราะที่ผ่านมาต้องถือว่าผมทำบุญมากมายเพราะช่วยพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้า และเห็นได้ชัดเจนหลังจากที่หลุดพ้นจากวงจรการพัฒนาตรงนั้นแล้ว เห็นได้ชัดว่า...ความสำเร็จโดยกติกาที่เคยมีอยู่ได้หายไป บทบาทการพัฒนาที่คาดหวังให้มีการดูแลกติกาให้ชัดเจน
ถาม : การแก้ปัญหาแบบพรรคประชาธิปัตย์จะส่งผลให้เสื่อมความนิยมลงหรือไม่
ตอบ : ต้องยอมรับว่าวันนี้ ถ้าไม่มีคำพิพากษาของศาลปกครอง การเคลื่อนไหว เพื่อแก้ปัญหาคงไม่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง ผมคิดในทางบวกว่า อย่างน้อยที่สุดประชาชนที่เคยร้องเรียนจะรู้สึกว่าได้มีศาลเป็นที่พึ่งพิง นักธุรกิจที่ต้องการทำธุรกิจอย่างตรงไปตรงมาก็ต้องการกรอบกติกาที่ชัดเจน จึงถือว่าเป็นการเริ่มต้นกระบวนการพัฒนาที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ และมั่นใจด้วยว่านักธุรกิจเอกชนไม่ได้ขัดข้องที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วม ขณะที่เชื่อมั่นว่า อภิสิทธิ์ เป็นนักกฎหมายที่ใกล้ชิดนักธุรกิจ และรู้ดีถึงปัญหาทั้งหมดในหลายเวที ก็เข้าใจประเด็นนี้เป็นอย่างดี และได้หารือกับนักธุรกิจไปแล้ว
ทั้งหมดคือ คำตอบ ของคนที่ เป็นผู้ริเริ่มพัฒนาพื้นที่เจ้าปัญหาแห่งนี้ ส่วนอนาคตของทั้ง 76 โครงการ จะมีชะตากรรมเช่นไร คงต้องติดตามคำตอบที่ชัดเจนจากศาลปกครองสูงสุดต่อไป.
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี