น้องสาวเล่านาทีสลด เห็นคาตา "น้องทีม" เน็ตไอดอลถูกไฟช็อตคาแพ สุดยื้อชีวิต

น้องสาวเล่านาทีสลด เห็นคาตา "น้องทีม" เน็ตไอดอลถูกไฟช็อตคาแพ สุดยื้อชีวิต
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ญาติร้องสื่อขอความเป็นธรรม "น้องทีม" เน็ตไอดอลอนาคตไกล ถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิต ไร้เงาผู้ประกอบการแพอาหารมาแสดงความรับผิดชอบ

จากกรณีเมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา น้องทีม หรือ นายสุทธิชัย ศรีอ่อน อายุ 27 ปี เน็ตไอดอลอนาคตไกล ถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิต ที่แพอาหาร บริเวณใต้สะพานเทพสุดา เขื่อนลำปาว อำเภอสหัสขันธ์ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของ จ.กาฬสินธุ์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น 

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (5 พ.ค.) เมื่อเวลา 14.00 น. ได้ลงพื้นที่ไปที่บ้านนิคมพัฒนา ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งอยู่ระหว่างจัดเตรียมงานศพเพื่อนำร่างอันไร้วิญญาณของ นายสุทธิชัย ศรีอ่อน หรือ น้องทีม อายุ 27 ปี ไปสู่เมรุวัดบ้านเหล่าแขม ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด 

จากการสอบถาม นางสาวภานุมาศ ประเสิรฐสังข์ อายุ 20 ปี น้องสาวผู้ตาย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุพี่ชายของตนได้กลับจากช่วยงานศพญาติของเพื่อนที่อยู่ต่างหมู่บ้าน ก่อนจะซื้อของกินมานั่งกินเล่นที่บ้าน หลังจากนั้นพี่ชายของตนได้ชวนไปเที่ยวเล่นน้ำคลายร้อน จึงได้ขับรถไปเที่ยวแพที่ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งในระหว่างการเดินทางพี่ชายตนก็บอกว่าเคยมาเที่ยวในละแวกนี้

โดยเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุประมาณ 5 โมงเย็น ในระหว่างนั้นก็อยู่ระหว่างการสั่งอาหารและเครื่องดื่มมานั่งรับประทาน พี่ชายของตนอยากย้ายแพไปจุดที่มีไม้ทอดลงไปในน้ำจึงได้ย้ายไปยังอีกแพหนึ่ง หลังจากนั้นทุกคนก็ได้เอาเสื้อชูชีพมาสวม ยังไม่ได้ลงเล่นน้ำ แต่แพจะมีช่องที่มีน้ำทะลุขึ้นมาได้

ในระหว่างที่ตนกำลังใส่เสื้อชูชีพ พี่ชายของตนก็ได้บอกกับตนว่าให้ถีบเพราะไฟช็อต ตนจึงพยายามช่วยกันดึงให้พี่ชายให้มือทั้งสองออกจากราวเหล็กของแพ ซึ่งตนก็ถูกไฟช็อตด้วย ก่อนที่ตนจะใช้เท้าถีบอย่างแรงเป็นครั้งสุดท้าย จนมือพี่ชายหลุดออกจากราวเหล็ก นอนลงกับพื้นแพ

สภาพพี่ชายตอนนั้น มือเกร็ง กัดปาก น้ำลายฟูมปาก ไม่ได้สติ ไม่มีชีพจร ตนและแฟนจึงช่วยกัน CPR ก่อนจะเร่งประสานกู้ภัยเข้าช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล แต่ก็ไม่ทันยื้อชีวิต เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ตนก็อยากให้ผู้ประกอบการของแพออกมาแสดงความรับผิดชอบ เพราะตั้งแต่พี่ชายเสียชีวิตก็ไม่เคยเข้ามาแสดงความเสียใจ หรือเข้ามาช่วยเหลือในการจัดการศพแม้แต่อย่างใด 

ด้าน นางหอมหวน พิมพะเรีย อายุ 49 ปี อาของผู้ตาย เล่าว่า ตนได้เลี้ยงผู้ตายมาตั้งแต่ชั้น ป.3 เนื่องจากพ่อและแม่ของผู้ตายแยกทางกัน ซึ่งตนก็เป็นคนเลี้ยงและส่งเรียนจนจบปริญญาตรี สาขาวิชารัฐศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด

หลังจากจบการศึกษา ผู้ตายก็ทำงานหาเงินออกแบบเครื่องประดับให้กับนางงามและผู้เข้าประกวดนางงามหลายเวที มีผลงานที่เป็นที่รู้จักในวงการนางงาม และหลานชายของตนก็ยังเดินสายประกวดสาวประเภทสอง จนได้รางวัลมาหลากหลายเวที

ตนทราบข่าวในวันเกิดเหตุก็แทบเป็นลมล้มทรุดลงกับพื้น เพราะได้สูญเสียหลานชายไปอย่างไม่มีวันกลับ หลังจากนั้นตนจึงได้รีบขับรถไปหาหลานชายแต่ก็ยังไม่ทันได้เห็นหน้า หลานชายก็เสียชีวิตก่อน

ตนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ที่ต้องมาสูญเสียแก้วตาดวงใจอันเป็นที่รักไปอย่างกะทันหัน หลานชายคนนี้เปรียบเสมือนเสาหลักในกับครอบครัว ทำงานหาเงินจุนเจือครอบครัว ถึงหลานชายตนจะเป็นสาวประเภทสอง แต่ก็ทำหน้าที่เป็นลูกที่ดีมาโดยตลอด เดินสายประกวดนางงามสาวประเภทสอง ล่ารางวัลทั่วประเทศ เพื่อนำเงินที่ได้มาให้ครอบครัว และส่งเสียน้องสาวเรียนอยู่ในระดับอุดมศึกษา

หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ก็ยังไม่มีผู้ใดมาแสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลานชายของตนต้องมาตายจากความประมาทของผู้ประกอบการแพริมน้ำ ที่ไม่ตรวจเช็กสภาพของสายไฟว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่ ตนอยากวิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบแพดังกล่าว หากผิดจริงก็ต้องลงโทษตามกฏหมาย เพราะชีวิตคนคนหนึ่งมันมีค่าจนไม่สามารถประเมินค่าได้

เบื้องต้น ตนได้ส่งศพหลานชายผ่าพิสูจน์ที่ รพ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น ซึ่งจะต้องรอผลประมาณ 45 วัน ถ้าผลออกมาเหมือนกับแพทย์ รพ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ได้ลงความเห็นในเบื้องต้น ตนจะดำเนินการกับผู้ประกอบการแพแห่งนี้ให้ถึงที่สุด