ตำรวจรวบแม่เลี้ยงทุบ "น้องต้นกล้า" จนตาย พร้อมพ่อเด็ก ญาติรุมสาปแช่งลั่นโรงพัก

ตำรวจรวบแม่เลี้ยงทุบ "น้องต้นกล้า" จนตาย พร้อมพ่อเด็ก ญาติรุมสาปแช่งลั่นโรงพัก
S! News (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

พันตำรวจเอก ธานี นาคหกวิค ผู้กำกับการ กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร พร้อมชุดสืบสวนนำหมายศาลจังหวัดหลังสวน จับกุม นางสาวนันทิยา แต่งประวัติ์ หรือ อุ้ม อายุ 30 ปี แม่เลี้ยงน้องต้นกล้า เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ (5 มี.ค.) ในข้อหาทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ขณะหลบหนีไปอยู่ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่งในตำบลไร่ส้ม อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นภูมิลำเนาบ้านเกิด

ตำรวจจับกุมนางสาวนันทิยาได้พร้อมกับ นายณรงค์ พลวิชิต อายุ 37 ปี พ่อของน้องต้นกล้า ที่หลบหนีไปอยู่ด้วยกัน

แม่เด็ก-ญาติ สาปแช่งสนั่นโรงพัก

ต่อมาเวลา 14.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำตัว นางสาวนันทิยาและนายณรงค์ มาส่งให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธร (สภ.) ทุ่งตะโก จ.ชุมพร และระหว่างที่ตำรวจนำทั้งสองคนขึ้นไปบนโรงพัก นางสาวอาพาพอน นาคลอด อายุ 26 ปี แม่ของน้องต้นกล้าและญาติๆเกือบ 10 คน มายืนรอดูหน้าอยู่ใกล้บันใดทางขึ้น

นางสาวอาพาพอน ได้เดินเข้าไปตบที่ใบหน้าของ นายณรงค์ อย่างแรงจนหน้าหงาย พร้อมกับพูดว่าเป็นพ่อแท้ๆ ทำไมปล่อยให้แม่เลี้ยงทำร้ายลูกจนตาย ขณะที่ญาติๆ ก็กรูเข้าไปรุมด่าสาปแช่งทั้ง 2 คนจนลั่นโรงพัก

นายณรงค์ ตอบโต้ว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเพราะตอนแม่เลี้ยงทำร้ายตนเองออกไปทำงานทุกวัน ส่วนที่ต้องหนีไปกับภรรยาใหม่ ซึ่งเป็นแม่เลี้ยงของน้องต้นกล้า ก็เพราะไม่กล้าอยู่ในพื้นที่เพราะถูกญาติของอดีตภรรยาข่มขู่จะตามยิงให้ตาย เจ้าหน้าที่ต้องรีบกันญาติๆ ออกไป แล้วรีบพานางสาวนันทิยาและนายณรงค์ไปแยกสอบสวนกันคนละห้อง

นางสาวอาพาพอน แม่ของน้องต้นกล้า กล่าวว่า หลังจากรู้ข่าวว่าตำรวจตามจับกุมแม่เลี้ยงที่ต้องสงสัยว่าฆ่าน้องต้นกล้าได้พร้อมอดีตสามี จึงรีบเดินทางมากับญาติๆ เพื่อมาดูหน้าและสอบถามอดีตสามีว่าเลี้ยงลูกอย่างไรถึงปล่อยให้แม่เลี้ยงทุบตีจนตาย และคิดว่าอดีตสามีจะต้องรู้เห็นเป็นใจด้วยจึงปล่อยให้แม่เลี้ยงทุบตีลูกในไส้จนตาย เพราะหลบหนีไปอยู่ด้วยกันที่ จ.เพชรบุรี ตั้งแต่วันเกิดเหตุ

แม่น้องต้นกล้า พูดต่อไปว่า ส่วนที่อ้างว่าญาติๆ ฝ่ายตนข่มขู่จะฆ่าให้ตายจึงทำให้เกิดกลัวแล้วหนีไปอยู่กับภรรยาใหม่ด้วยนั้น พูดโกหกไม่เป็นความจริง จึงอยากให้ตำรวจสอบสวนเอาผิดและดำเนินคดีด้วย

สอบปากคำเข้ม-ทำแผนราบรื่นไร้รุมประชาทัณฑ์

พลตำรวจตรี ถาวร แสงฤทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร เดินทางมาสอบปากคำ นางสาวนันทิยาและนายณรงค์ ที่ สภ.ทุ่งตะโก ด้วยตนเอง ใช้เวลาสอบสวนนานกว่าครึ่งชั่วโมง

นางสาวนันทิยาสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่า ตนทุบตีน้องต้นกล้าเกือบทุกวันจริง เนื่องจากเป็นเด็กที่ดื้อและซุกซน โดยวันเกิดเหตุตนใช้ไม้แขวนเสื้อตีน้องต้นกล้าและใช้ฝ่ามือทุบตีตามตัวและตบไปที่ศีรษะ จนน้องต้นกล้าคะมำล้มหัวฟาดพื้นปูนในห้องนอนใกล้กับตู้เสื้อผ้าจนชักเกร็งหมดสติ ตนจึงน้องต้นกล้าอุ้มออกมาหน้าบ้านเช่าช่วยปั้มหัวใจแต่ไม่ดีขึ้น จึงโทรแจ้งให้กู้ภัยมารับตัวไปส่งโรงพยาบาลทุ่งตะโก แต่อาการโคม่าจึงถูกส่งต่อไปที่โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และน้องต้นกล้าเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งไม่ใช่เพราะตู้เสื้อผ้าล้มทับตายตามที่ให้การในครั้งแรกแต่อย่างใด

หลังสอบปากคำเสร็จ พล.ต.ต.ถาวร พร้อมตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน ควบคุมตัวนางสาวนันทิยาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ห้องแถวเช่าใน ต.ทุ่งตะไคร อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร

การทำแผนประกอบคำรับสารภาพในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ไม่บอกให้แม่ของน้องต้นกล้าและญาติๆ รู้แต่อย่างใด เพราะกลัวว่าจะพากันไปรุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหา ซึ่งการทำแผนประกอบคำรับสารภาพผ่านไปด้วยดีทุกขั้นตอน จากนั้นได้พาแม่เลี้ยงกลับไปควบคุมตัวไว้ที่ สภ.ทุ่งตะโก เพื่อรอนำตัวไปขออนุญาตศาลฝากขังต่อไป

พล.ต.ต.ถาวร กล่าวว่า คดีนี้การสอบสวนของพนักงานสอบสวนในจุดที่เกิดเหตุพยานหลักฐานทั้งตู้ผ้าที่มีความสูงเด็กเล็กปืนป่ายขึ้นไปไม่ได้ ส่วนคำให้การของนางสาวนันทิยาก็ขัดแย้งกันหลายอย่าง โดยเฉพาะบาดแผลที่แพทย์ระบุถูกกระทำซ้ำๆ หลายครั้งเป็นเวลานาน

พล.ต.ต.ถาวร กล่าวต่อไปว่า นายณรงค์ ผู้เป็นพ่อของน้องต้นกล้านั้น ตอนนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อหาใดๆ เพราะช่วงเกิดเหตุออกไปทำงานไม่ได้อยู่ในบ้าน แต่ที่ต้องหนีไปอยู่กับภรรยาใหม่ที่ จ.เพชรบุรีนั้น นายณรงค์อ้างว่าญาติๆ ฝ่ายภรรยาข่มขู่ไม่ให้ไปงานศพลูกชายและจะฆ่าให้ตาย จึงทำให้เกิดความกลัวจึงต้องตามภรรยาใหม่ไป จ.เพชรบุรี ส่วนจะรู้เห็นในการช่วยเหลือผู้ต้องหาหลบหนีหรือไม่นั้นต้องรอผลการสอบสวนที่ชัดเจนอีกครั้ง จึงจะแจ้งข้อหาดำเนินคดีได้