สาววัย 16 โพสต์ขอความช่วยเหลือ ลุงเมาอาละวาด ชักมีดขู่ฆ่า ตร.จับไปแล้วก็ปล่อยออกมา

สาววัย 16 โพสต์ขอความช่วยเหลือ ลุงเมาอาละวาด ชักมีดขู่ฆ่า ตร.จับไปแล้วก็ปล่อยออกมา
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนมความคืบหน้าเกี่ยวกับ กรณี มีเด็กสาว อายุ 16 ปี โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานตำรวจ และหน่วยงานเกี่ยวข้อง  เกี่ยวกับกรณีถูกลุงใจร้าย เมาอาละวาด ทุบทำลายสิ่งของบ้านเรือน ใช้อาวุธมีดเข้าไปขู่ทำร้ายร่างกาย พร้อมโพสต์คลิปเหตุการณ์ โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 2 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา แต่สุดท้าย ตำรวจจับกุมตัวลุงใจร้ายไป ก่อนปล่อยออกมาเหมือนเดิม จึงเรียกร้องให้หามาตรการดูแลความปลอดภัย เนื่องจากก่อพฤติกรรมเช่นนี้บ่อยครั้ง

ผู้สื่อข่าวจึงได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ทราบว่า ผู้โพสต์ คือ น้องวัน(นามสมมติ) อายุ 16 ปี  ชาว ต.โพนทอง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ซึ่งอาศัยอยู่กับแม่เพียงสองคน คือ นางสาวฉวีวรรณ อายุ 40 ปี  ส่วนพ่อไปทำงานที่อื่น  ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือ นายฤทธิ์ธี อายุ 45 ปี มีฐานะเป็นพี่ชายผู้เสียหาย ซึ่งวันเกิดเหตุทางชุดสืบสวน สภ.บ้านแพง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ควบคุมตัวนายฤทธิ์ธีไปสอบสวน เจ้าตัวอยู่ในอาการเมาสุรา แต่ตรวจไม่พบสารเสพติด  จึงแจ้งข้อกล่าวหา เมาสุราประพฤติตนวุ่นวาย ทำการเปรียบเทียบปรับ และปล่อยตัวกลับ  ทำให้ผู้เสียให้เกิดความกังวล เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมบ่อยครั้ง และเคยทำร้ายร่างกายชาวบ้าน รวมถึงมีพฤติกรรมเป็นอันตรายต่อสังคม และเคยทำร้ายร่างกายน้องสาว คือ นางสาวฉวีวรรณ ได้รับบาดเจ็บมาก่อนนี้ จึงต้องการให้ตำรวจดำเนินการขั้นเด็ดขาด เพราะผู้ก่อเหตุอาศัยอยู่ในบ้านพักใกล้กัน  ก่อนหน้าที่เจ้าตัวเคยมีครอบครัว แต่ภรรยาทนพฤติกรรมไม่ไหว เคยมีประวัติเสพยาบ้า ชอบดื่มสุรา พอเมาสุราจะคลั่งอาละวาด หาเรื่องคนอื่น  และไม่ทำงานเป็นหลักแหล่ง

ล่าสุด ทางด้าน พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ จันทร์ศรี  ผกก.สภ.บ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ได้มอบหมายให้  พ.ต.ท.ปราโมทย์ ชารี รองผู้กำกับสอบสวน สภ.บ้านแพง  นำกำลังชุดสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมสอบสวนข้อเท็จจริง  พร้อมติดตามตัวผู้กระทำผิดมาสอบสวนอีกครั้ง เพื่อเอาผิดตามกฎหมาย หากพบเข้าข่ายกระทำผิด จะได้มีการดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ และประสานหน่วยงานปกครองเข้าไปดูแลช่วยเหลือ ป้องกันไม่ให้ก่อเหตุซ้ำอีก  และจะมีการควบคุมตัวไปตรวจสอบหาสารเสพติดโดยละเอียด  เนื่องจากเป็นอันตรายต่อสังคม

ที่ผ่านมาตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการตรวจสอบดูแลป้องกันปราบปรามหลายครั้ง แต่เป็นคดีเกี่ยวกับครอบครัว และผู้ต้องหายังไม่มีความผิดรุนแรง จึงทำได้เพียงเปรียบเทียบปรับ และจะได้หาแนวทางป้องกันแก้ไขต่อไป ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวนดำเนินคดีเพิ่มเติม